รวบโจ๋ 14 เมา มีดจี้ข่มขืนด.ญ.9ขวบ ชาวบ้านไล่จับรุมประชาทัณฑ์น่วมก่อนส่งตำรวจ!

เมื่อเวลา 18.30 น.วันที่ 6 พ.ย. ร.ต.ท.หญิง ธิดารัตน์ สุขะ รองสว.(สอบสวน) สภ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ ได้รับรับแจ้งจาก นางไก่ (นามสมมติ) อายุ 50 ปี ชาวจ.สมุทรปราการ ว่าลูกสาวคือด.ญ.บี (นามสมมติ) วัย 9 ขวบ นักเรียนชั้นป.4 โรงเรียนแห่งหนึ่ง ถูกนายเอ (นามสมมติ) อายุ 14 ปี ชาวอ.วานรนิวาส จ.สกลนคร ข่มขืนภายในบ้านพัก หลังรับแจ้งจึงรายงาน พ.ต.อ.ภูมินทร์ สิงหสุต ผกก.สภ.พระประแดง แล้วนำกำลังรุดไปตรวจสอบ201611062028462-20041020105821ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ครึ่งปูน 2 ชั้น ด้านล่างแบ่งเป็นห้องเช่า 1 ห้อง ที่หน้าบ้านพบนายเอถูกชาวบ้านจับกุมตัวไว้ได้ สวมเสื้อยืดคอกลมสีดำ กางเกงขาสั้น สีน้ำเงิน พบที่ใบหน้ามีร่องรอยเขียวช้ำ เนื่องจากพยายามหลบหนี จนชาวบ้านรุมประชาทัณฑ์และจับตัวไว้ได้ ตรวจสอบภายในห้องครัว พบมีดปลายแหลมยาวประมาณ 10 นิ้ว ตกอยู่ที่พื้น จึงเก็บไว้เป็นหลักฐานและนำตัวนายเอมาสอบสวนที่ สภ.พระประแดง201611062028464-20041020105821จากการสอบสวน นายเอซึ่งอยู่ในอาการเมาสุราโดยนั่งดื่มกับเพื่อนตั้งแต่ช่วงบ่าย ให้การปฏิเสธว่าไม่ได้ข่มขืนด.ญ.บี201611062028466-20041020105821จากการสอบถาม นางไก่ให้การว่า ได้รับทราบจากลูกสาวว่านายเอมาที่ห้องพักของตน โดยเดินเข้ามาขอหัวหอมเพื่อนำไปทำอาหาร ลูกสาวบอกว่าไม่รู้ว่ามีหรือเปล่า พร้อมทั้งเดินเข้าไปดูในครัวโดยมีนายเอเดินตามเข้าไปด้วย จากนั้นนายเอใช้มีดจี้ด.ญ.บี ก่อนลงมือข่มขืนจนสำเร็จความใคร่ 1 ครั้ง กระทั่งด.ญ.บีต้องออกอุบายหลอกนายเอว่าพ่อกลับมาแล้ว เป็นจังหวะที่นายเอวิ่งหนีออกไปนอกบ้าน ลูกสาวจึงร้องให้ชาวบ้านช่วย จนชาวบ้านสามารถจับกุมตัวไว้ได้

ด้าน ร.ต.ท.หญิง ธิดารัตน์ สุขะ รองสว.(สอบสวน) สภ.พระประแดง ส่งตัวด.ญ.บี ไปตรวจร่างกายที่รพ. และจะติดต่อสหวิชาชีพ นักจิตวิทยา นักสังคมสงเคราะห์ ร่วมสอบสวน หาความจริงว่านายเอได้ก่อเหตุจริงหรือไม่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

กทม.เปิดสวนสาธารณะ 30 แห่งให้ลอยกระทง ฝืนจุดบั้งไฟ-โคมลอยทำเครื่องบินพัง โทษถึงประหาร

เมื่อวันที่ 4 พ.ย. ที่ศาลาว่าการกรุงเทพมหานคร พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร เป็นประธานการประชุมการเตรียมการป้องกันและแก้ไขปัญหาอุบัติภัยในช่วงเทศกาลลอยกระทง ประจำปี 2559 โดยมีคณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร ผู้แทนจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ กระทรวงคมนาคม กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย กรมเจ้าท่า สำนักงานนโยบายและแผนการจราจรและขนส่ง กองบัญชาการตำรวจนครบาล กองเรือลำน้ำ กองทัพเรือ กองบังคับการตำรวจน้ำ การท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ การท่าอากาศยานดอนเมือง บริษัท วิทยุการบินแห่งประเทศไทย จำกัด สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย และศูนย์ อปพร.กรุงเทพมหานคร ร่วมประชุม14201929781420258137lพล.ต.ท.อำนวย กล่าวว่า กทม.ออกประกาศกรุงเทพมหานคร เรื่อง มาตรการป้องกันอันตรายจากการจุดและปล่อยบั้งไฟ พลุ ตะไล โคมลอย โคมไฟ โคมควัน หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน ในช่วงวันลอยกระทง ประจำปี 2559 ซึ่งสอดคล้องกับคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ ที่ 27/2559 ในการขอความร่วมมือจากผู้ผลิต สะสม จำหน่าย ผู้เล่นดอกไม้เพลิงและโคมลอย ตลอดจนประชาชนทั่วไปในพื้นที่เขตกทม. โดยห้ามไม่ให้จุดและปล่อยบั้งไฟ พลุ ตะไล โคมลอย โคมไฟ โคมควัน หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน หากฝ่าฝืนต้องระวังโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับloikrathong-5นอกจากนี้ ห้ามจำหน่ายและห้ามเล่นประทัดจีนทุกชนิด ประทัดรูปทรงกลม ประทัดรูปไข่ ประทัดรูปสามเหลี่ยม และไดนาไมท์ หากฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 6 พันบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

สำหรับผู้ผลิตสะสมและจำหน่ายดอกไม้เพลิง จะต้องได้รับอนุญาตจากนายทะเบียนท้องที่ตามที่กฎหมายกำหนด และจะต้องปฏิบัติตามมาตรการประกาศกรมอนามัย เรื่องข้อปฏิบัติการควบคุมป้องกันอันตรายจากการผลิต การสะสม การขนส่ง และการจำหน่ายดอกไม้เพลิงอย่างเคร่งครัด หากฝ่าฝืนจะถูกจะถูกดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมายที่กำหนดเช่นเดียวกัน

ขณะเดียวกันกทม.ได้กำหนดแผนป้องกันอันตรายจากดอกไม้เพลิง และการเล่นโคมลอยไว้แล้ว โดยได้จัดตั้งชุดเฉพาะกิจประกอบด้วย เจ้าหน้าที่จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อดำเนินการตรวจสอบ ตรวจตราสถานประกอบการผลิต สะสม และจำหน่ายดอกไม้เพลิงอย่างเข้มงวด ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป รวมทั้งจัดกำลังเจ้าหน้าที่ดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกด้านการจราจร ตามสถานที่ต่างๆ ในช่วงวันลอยกระทง เพื่อให้เกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อยและปลอดภัยสูงสุดแก่ประชาชน

ทั้งนี้ ผู้ที่ฝ่าฝืน จุดและปล่อยบั้งไฟ พลุ ตะไล โคมลอย โคมไฟ โคมควัน หรือวัตถุอื่นใดที่คล้ายคลึงกัน ขึ้นไปสู่อากาศจนทำให้อากาศยานในระหว่างบริการเสียหาย จนเป็นเหตุให้อากาศยานนั้นไม่สามารถทำการบินได้ หรือเป็นเหตุให้เกิดอันตรายต่อความปลอดภัยของอากาศยานในระหว่างการบิน ต้องระวางโทษประหารชีวิต จำคุกตลอดชีวิต หรือจำคุกตั้งแต่ 10-20 ปี ตามพ.ร.บ.ว่าด้วยความผิดบางประการต่อการเดินอากาศ พ.ศ.2558

พล.ต.ท.อำนวย กล่าวต่อว่า ในวันที่ 11 พ.ย. นี้ คณะผู้บริหารกรุงเทพมหานคร มีกำหนดการลงพื้นที่ตรวจสอบท่าเทียบเรือและโป๊ะ ถ้าท่าเทียบเรือและโป๊ะใดใช้การไม่ได้จะสั่งปิดทันที เพื่อให้อยู่ในสภาพดี มั่นคงแข็งแรง มีความปลอดภัย สร้างความมั่นใจแก่ประชาชนที่มาลอยกระทง อย่างไรก็ตาม สำนักการโยธา กทม. ดำเนินการตรวจสอบความแข็งแรงของท่าเทียบเรือและโป๊ะ ในเบื้องต้นพบว่า มีจำนวนทั้งสิ้น 436 ท่า โดยเป็นท่าในแม่น้ำเจ้าพระยา จำนวน 253 ท่า และท่าในคูคลองต่างๆ จำนวน 183 ท่า เป็นท่าที่สามารถใช้งานได้ 366 ท่า และอีก 70 ท่าต้องมีการปรับปรุงโครงสร้างเล็กน้อย เพื่อเพิ่มความมั่นคงแข็งแรง

นอกจากนี้ สำนักสิ่งแวดล้อม (สสล.) กำหนดเปิดสวนสาธารณะ 30 แห่ง เพื่อให้ประชาชนพาครอบครัวเข้าไปลอยกระทง ได้แก่ 1.สวนลุมพินี เขตปทุมวัน 2.สวนจตุจักร เขตจตุจัก 3.สวนวชิรเบญจทัศ (สวนรถไฟ) เขตจตุจักร 4.สวนพระนคร เขตลาดกระบัง 5.สวน 60 พรรษา สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เขตลาดกระบัง 6.สวนสราญรมย์ เขตพระนคร 7.สวนรมณีนาถ เขตพระนคร 8.สวนสันติชัยปราการ เขตพระนคร 9.สวนธนบุรีรมย์ เขตทุ่งครุ 10.สวนเสรีไทย เขตบึงกุ่ม

11.สวนนวมินทร์ภิรมย์ เขตบึงกุ่ม 12.สวนหนองจอก เขตหนองจอก 13.อุทยานเบญจสิริ เขตคลองเตย 14.สวนเบญจกิตติ เขตคลองเตย 15.สวนน้ำบึงกระเทียม เขตมีนบุรี 16.สวนวารีภิรมย์ เขตมีนบุรี 17.สวนราษฎร์ภิรมย์ เขตมีนบุรี 18.สวนเฉลิมพระเกียรติ 6 รอบ พระชนมพรรษา (ฝั่งพระนคร) เขตบางคอแหลม 19.สวนสันติภาพ เขตราชเทวี 20.สวนกีฬารามอินทรา เขตบางเขน

21.สวนรมณีย์ทุ่งสีกัน เขตดอนเมือง 22.สวน 50 พรรษา มหาจักรีสิรินธร เขตประเวศ 23.สวนวนธรรม เขตประเวศ 24.สวนทวีวนารมย์ เขตทวีวัฒนา 25.สวนหลวงพระราม 8 เขตบางพลัด 26.สวนสาธารณะบึงน้ำลาดพร้าว 71 เขตลาดพร้าว 27.สวนสิรินธราพฤกษาพรรณ เขตบางกอกน้อย 28.สวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เขตบางกอกน้อย 29.สวนเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เขตสาทร และ 30.สวนพระยาภิรมย์ เขตคลองสามวา ส่วนสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ และสวนหลวง ร.9 ไม่เปิดให้ประชาชนไปลอยกระทง

นอกจากนี้ ทั้ง 30 สวน จะไม่มีการจัดประกวดนางนพมาศ รวมถึงการแสดงกิจกรรมบันเทิงหรือมหรสพต่างๆ โดยจะจัดให้มีเฉพาะการลอยกระทงตามประเพณีเท่านั้น พร้อมกันนี้ได้ขอความร่วมมือภาคเอกชน หรือหน่วยงานอื่นๆ ที่จัดงานลอยกระทงในการจัดงานให้มีความเหมาะสม เนื่องจากประชาชนชาวไทยยังอยู่ในช่วงการแสดงความอาลัย

อย่างไรก็ตาม กทม.ขอความร่วมมือประชาชนลอยกระทงจากวัสดุธรรมชาติ เช่น หยวกกล้วย ใบตอง เพื่อลดปริมาณขยะโฟม เพราะโฟมเพียง 1 ชิ้น ใช้เวลานานกว่า 300 ปีในการย่อยสลาย อีกทั้งในกระบวนการผลิตหรือรีไซเคิลโฟมแต่ละชิ้น ต้องใช้พลังงานสูง

ดังนั้น การลดการใช้กระทงโฟมจึงเป็นหนทาง ในการลดขยะ รักษาสิ่งแวดล้อม อีกทั้งช่วยยับยั้ง การเกิดภาวะโลกร้อน นอกจากนั้น ห้ามจุดประทัด พลุ ดอกไม้ไฟ ตลอดจนห้ามขายกระทง สินค้า อาหาร และอื่นๆ ภายในสวนสาธารณะโดยเด็ดขาด ในส่วนของการจัดเก็บกระทง สำนักสิ่งแวดล้อม ร่วมกับสำนักการระบายน้ำ และสำนักงานเขต ได้ออกมาตรการจัดเก็บกระทงตามแม่น้ำเจ้าพระยา ลำคลองและบึงภายในสวนสาธารณะต่างๆ ทั่วพื้นที่กรุงเทพฯ ด้วยการระดมเจ้าหน้าที่จัดเก็บ และจำแนกประเภทกระทงให้เสร็จในเวลา 08.00 น. ของวันรุ่งขึ้น โดยจะรายงานผลการจัดเก็บผ่านเว็บไซต์ www.bangkok.go.th

ที่มา>>>ข่าวสด

ญาติโพสต์ขอโทษแทน”โซมี่”ซิ่งชน 9 คัน ยืนยันเยียวยาผู้เสียหายแน่นอน

จากเหตุการณ์ระทึกขวัญ เมื่อเน็ตไอดอลและพริตตี้คนดัง “โซมี่” ขับรถเก๋งบีเอ็มฯพุ่งชนรถถึง 9 คันกลางถนนรัชดาฯ เป็นเหตุให้มีผู้บาดเจ็บ 3 ราย และรถคู่กรณีเสียหายหลายคัน โดยหลังเกิดเหตุ “น้ำส้ม-โซมี่” มีอาการเครียดรุนแรงจนต้องนำส่งโรงพยาบาลเปาโล ก่อนญาติจะพาย้ายไปรักษาตัวที่โรงพยาบาลในจ.ราชบุรี เนื่องจากพบว่ามีอาการป่วยทางจิต ต้องกินยาคลายเครียดมาตั้งแต่มีปัญหาเรื่องธุรกิจเสริมความงามซึ่งโดนให้ออกจากตำแหน่งผจก.cwlai0lvuaiztfn-696x392ขณะที่ตำรวจสน.ห้วยขวาง เจ้าของคดี ตั้งข้อหาเบื้องต้นขับรถโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ และประสานไปยังโรงพยาบาลที่ “น้ำส้ม-โซมี่” เข้ารับการรักษาตัวให้ส่งผลจตรวจเลือดว่ามีแอลกอฮอลล์ หรือสารเสพติดในเลือดหรือไม่ ก่อนพิจารณาแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติม นอกจากนี้ตำรวจได้ประสานเพื่อสอบปากคำ แต่ทางญาติ “น้ำส้ม-โซมี่” แจ้งว่ายังไม่พร้อมให้ปากคำ14885904_326950161008178_802435827_n-horzล่าสุดเมื่อวันที่ 4 พ.ย. ผู้ใช้เฟซบุ๊คชื่อWandee Tiptanya‎  ซึ่งเป็นญาติของ “โซมี่” ได้โพสต์ว่า ขอขอบคุณทุกกำลังใจที่มีให้น้ำส้ม ตอนนี้น้ำส้มต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์อย่างใกล้ชิดอย่างน้อยสองสัปดาห์ ไม่ต้องเป็นห่วงน้ำส้ม ทางญาติขอแสดงความเสียใจและขอโทษแทนน้ำส้มในเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างสุดซึ้ง ทางเราไม่ได้นิ่งนอนใจหรือเพิกเฉยแต่ประการใด เนื่องจากต้องดำเนินการหลายเรื่องหลายอย่าง และวันนี้กำลังดำเนินการเยียวยาผู้บาดเจ็บจากเหตุการณ์ครั้งนี้ ขอขอบคุณกำลังใจจากทุกๆคน น้ำส้มไม่ได้ใช้เครื่องมือสื่อสารทั้งหมด เพราะคุณหมอไม่อนุญาต ทางญาติจะดูแลน้ำส้มอย่างดีที่สุดทั้งร่างกายและจิตใจค่ะ%e0%b8%81%e0%b8%ab%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%94%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%94-copy

ที่มา>>>ข่าวสด

ตัดสินประหารหนุ่มหื่นรัดคอฆ่าขืนใจ”น้องพิ้งค์”ดญวัย 14 พ่อแม่ร่ำไห้บอกให้ตายตกตามกัน

เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 3 พฤศจิกายน 2559 ที่บัลลังก์ 9 ศาลจังหวัดพิษณุโลก นายนิรันดร์ เนติไชยพันธ์ ผู้พิพากษา ได้นั่งบัลลังก์อ่านคำพิพากษาคดีระหว่างนายเรืองฤทธิ์ ศรีคาน ผู้ร้อง กับ นายสน หุมเพียง อายุ 45 ปี จำเลย ซึ่งเป็นผู้ต้องหาฆ่าข่มขืนด.ญ.สราเพ็ญ ศรีคาน หรือน้องพิ้งค์ อายุ 14 ปี เหตุเกิดที่บ้านเลขที่ 34 หมู่ 8 ต.บ่อโพธิ์ อ.นครไทย จ.พิษณุโลก ทั้งนี้มีพ่อแม่และญาติพี่น้องของน้องพิ้งค์ ได้มารับฟังคำพิพากษาในครั้งนี้ด้วย โดยตลอดเวลาที่ที่ศาลอ่านคำพิพากษา พ่อแม่ที่นั่งร่ำไห้เช็คน้ำตาเป็นช่วงๆ ส่วนผู้ต้องหาซึ่งยืนรับฟังคำพิพากษาก้มหน้าตลอดเวลา201611031224046-20041022171637ทั้งนี้จำเลยให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา เพราะจำนนต่อหลักฐาน ไม่เป็นประโยชน์แก่การพิจารณา และไม่ปรากฏเหตุบรรเทาโทษอื่นที่สมควรจะลดโทษให้จำเลย ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 78 จึงไม่ลดโทษ เมื่อรวมโทษทุกกระทงแล้ว ให้ประหารชีวิตสถานเดียว พร้อมให้ชดใช้ค่าสินไหม 350,000 บาท ดอกเบี้ย 7.5 ต่อปี นับตั้งแต่ 1 ก.ค. 59201611031224047-20041022171637นายเรืองฤทธิ์ ศรีคาน พ่อของน้องพิ้งค์ กล่าวว่า พอใจในการตัดสินประหารชีวิต แต่ยังไม่รู้ว่าจะประหารชีวิตจริงหรือเปล่า ทุกวันยังคิดถึงลูกสาวตลอดเวลา แม้จะล่วงเลยมานานแล้วก็ตาม เพราะลูกเป็นคนดี อยากจะให้ประหารจริงๆ ให้ตายตกตามกัน ไม่อยากให้ผู้ต้องหาอยู่ต่อไป เนื่องจากจะสร้างความเดือนร้อนกับคนทั่วไป ทำกับลูกของตนเหมือนสัตว์นรก

ทั้งนี้เหตุการณ์สะเทือนขวัญเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 5 เมษายน 2559 โดยน้องพิ้งค์อยู่ลำพังในบ้าน ต่อมานายสน เพื่อนบ้านที่บ้านพักอยู่ติดกัน ได้ขึ้นมาบนบ้านน้องพิงค์ เข้าไปขอยืมที่ชาร์จแบตเตอรี่มือถือ และเห็นน้องพิ้งค์สวมใส่กางเกงขาสั้น จึงเกิดอารมณ์ และได้พูดจาแทะโลม ทำให้น้องพิ้งค์ไม่พอใจจนเกิดมีปากเสียงกันขึ้น ด้วยความโมโห นายสนจึงหยิบเชือกมารัดคอน้องพิ้งค์จนเสียชีวิต แล้วถอดเสื้อผ้าข่มขืน หลังก่อเหตุได้หลบหนีเข้าป่าไป

หลังเกิดเหตุ ชาวบ้านและตำรวจได้ระดมกำลังออกตามล่า กระทั่งรุ่งขึ้นจึงจับกุมนายสนขณะซ่อนตัวภายในไร่ข้าวโพดที่อยู่ห่างจากที่เกิดเหตุ 3 กิโลเมตร จึงแจ้ง 4 ข้อหาหนัก ประกอบด้วย 1.ฆ่าผู้อื่นเพื่อปกปิดความผิดอื่นของตน หรือเพื่อหลีกเลี่ยงให้พ้นความผิดอาญา 2.ข่มขืนกระทำชำเราเด็กอายุไม่เกิน 15 ปี ซึ่งมิใช่ภรรยาของตน โดยขู่เข็ญด้วยประการใดๆ โดยใช้กำลังประทุษร้ายโดยเด็กนั้นอยู่ในภาวะที่ไม่สามารถขัดขืนได้ เป็นเหตุให้เด็กนั้นถึงแก่ความตาย 3.บุกรุกเข้าไปในเคหสถานของผู้อื่นโดยใช้กำลังประทุษร้าย 4.ลักทรัพย์ในเคหะสถาน โดยมีอัตราโทษสูงสุดถึงขั้นประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต

ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.นครไทย เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมาย ขณะที่การทำแผนประกอบคำรับสารภาพนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจอาจไม่สามารถกระทำได้ เนื่องจากชาวบ้านที่ยังอยู่ในอารมณ์โกรธแค้นจะรุมประชาทัณฑ์ผู้ต้องหาได้ อย่างไรก็ตาม พ่อแม่ของน้องพิ้งค์ได้ตั้งบำเพ็ญกุศลศพน้องที่บ้านพัก และฌาปนกิจไปเมื่อวันที่ 9 เมษายน 2559 ที่ผ่านมา

ที่มา>>>ข่าวสด

แฟนคลับช็อก!! “พจน์ อานนท์”ประกาศตัดขาด “เทพพิทักษ์” แล้ว

ปลุกปั้นมากับมือ สำหรับผู้กำกับคนดัง “พชร์ อานนท์” ที่นำ “เพทพิทักษ์ แอสละ” เน็ตไอดอลเข้าสู่วงการบันเทิงจนกลายเป็นดาราดัง13873238_305865489764640_1621042251126618482_nแต่ล่าสุด “พจน์” ได้โพสต์เฟซบุ๊คว่า “แจ้งแฟนคลับเทพพิทักษ์ทุกคนทราบนะครับ ตอนนี้พี่พชร์ไม่ได้เป็นผู้ดูแลเทพพิทักษ์แล้ว การกระทำใดๆของเขาตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2559 เป็นต้นไป ทางพี่พชร์จะไม่ขอเกี่ยวข้องและไม่มีส่วนผิดชอบใดๆทั้งสิ้น” นอกจากนี้ยังโพสต์ด้วยว่า “ตามนั้นนะไม่ต้องถามว่าเพราะอะไรคนเราต้องมีเหตุผลเป็นของตัวเองทุกคน”14595828_10210157416479442_3959687843244758375_n14523180_339281986422990_4815462656558969220_n

14523231_339985956352593_4374593181443246066_n1471325004_s__19275830

ที่มา>>>ข่าวสด

เรื่องลี้ลับในวังหลวง! “สิ่งลึกลับในสระอโนดาต”

ในรัชสมัยรัชกาลที่ 5 พระราชวังสวนดุสิต ปลูกสร้างเสร็จใหม่ๆ ว่ากันว่าสวยงามราวเมืองสวรรค์ ภายรอบบริเวณพระราชวังอบอวลไปด้วยหมู่ไม้ดอก ไม้ผล ร่มรื่น ทั่วบริเวณพระราชวัง ผลหมากรากไม้ในพระราชวังแห่งนี้ออกดอก ออกผลลูกเล็กลูกใหญ่ เต็มไปหมด มีทั้งฝรั่ง ทับทิม มะม่วง กระท้อน ฯลฯ เมื่อผลไม้มีมากมายเช่นนี้ก็ย่อมเป็นที่ต้องการของชาววังมือดีทั้งหลาย ทั้งๆ ที่เป็นของที่อยู่ในเขตพระราชฐาน ผลไม้หลายๆ ต้นยังถูกสอยเอาไปรับประทานเป็นจำนวนไม่น้อยและเป็นประจำจนผิดสังเกต

แถมผลไม้หลายๆ ลูกยังพบร่องรอยของฟันแทะไว้เป็นหลักฐานอีกด้วย ครั้งนั้นเรื่องการขโมยผลไม้ในวังกลายเป็นเรื่องใหญ่ถึงขนาด รัชกาลที่ 5 ต้องเสด็จมาทอดพระเนตรด้วยพระองค์เอง และตรัสว่าไม่น่าจะใช่รอยฟันของกระรอก กระแต น่าจะเป็นรอยฟันของคนมากัดแทะเสียมากกว่า เห็นจะต้องหาตัวหัวขโมยมาลงโทษให้ได้ กระทั่งคืนหนึ่งเล่ากันว่าเป็นคืนเดือนมืด ทั่วทั้งพระราชวังเงียบสงัด แต่พวกชาววังก็ยังซุ่มล่าหัวขโมยอยู่เช่นเดิม ชาววังกลุ่มหนึ่งมาแอบซุ่มอยู่ใกล้ต้นฝรั่งซึ่งกำลังออกผลเต็มต้นใกล้จะสุกเก็บกินได้แล้ว และต้นนี้เองเป็นต้นเดียวกับที่ล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 5 เคยทอดพระเนตรพบรอยฟันแทะทิ้งไว้

จากภาพคือ พระตำหนักน้อยใหญ่ในพระราชวังดุสิต (พระที่นั่งอัมพรฯ)

ภาพด้านล่างคือภาพตัวอย่างประกอบ ที่เห็นคือบ่อน้ำในราชอุทยานเกาะสีชัง

คืนนั้นพอดึกสงัดก็ปรากฏว่ามีเสียงประหลาด พร้อมมีเงาดำๆวิ่งผ่านไปทางต้นฝรั่ง ทำให้ชาววังผู้ล่าหัวขโมยใจเต้นระทึก คาดว่าจะต้องเป็นหัวขโมยที่หวังจะจับแน่แล้ว จึงพากันแอบซุ่มมอง ทันใดก็เห็นเจ้าของร่างนั้นปีนขึ้นไปบนต้นฝรั่งนั่งกัดฝรั่งเคี้ยวกินอย่างกระหายหิว พวกล่าจับหัวขโมยพากันดีใจกรูเข้าไปล้อมรอบโคนต้นฝรั่ง หวังจะดูหน้าหัวขโมยให้ชัดๆซะที ต่างจึงพากันร้องเรียกขู่ให้หัวขมายลงมาจากต้นฝรั่ง เจ้านั่นก็ยังไม่ยอมลงมา

ร้องเรียกอยู่นานจนในที่สุดเงาดำบนต้นก็กระโดดตูมลงมา ข้าหลวงชายพากันตะครุบจับแต่ก็จับไม่ได้เพราะตัวลื่นเป็นเมือกแถมยังว่องไว ปราดเปรียว ผิดปกติมนุษย์ธรรมดา ฉับพลันทันใดก่อนที่ใครจะคาดคิดเจ้าหัวขโมยรายนี้ก็กระโจนพรวดเดียวลงไปในสระอโนดาตภายในพระราชวัง แล้วจมหายไม่ขึ้นมาอีกเลย แม้แต่หน้าก็ยังไม่มีใครได้เห็น มีสิ่งเดียวที่ทุกคนสัมผัสได้คือ กลิ่นตัวที่สาปรุนแรงเป็นเมือกติดตามมือตามตัว คล้ายกลิ่นคนตาย ยิ่งไปกว่านั้นหลังจากที่หัวขโมยโดดหายลงไปในน้ำแล้ว ทุกคนจึงได้สติว่าถูก “ผีหลอก” แล้วพากันวิ่งหนีร้องเสียงดังลั่นขวัญกระเจิง

ที่มา>>>Sanook

โปรดเกล้าฯพระราชทาน เหรียญรัตนาภรณ์ ชั้นที่ 1 แก่ “พล.ท.หญิงสุทิดา วชิราลงกรณ์ ณ อยุธยา”

เมื่อวันที่ 31 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานเหรียญรัตนาภรณ์ ชั้นที่ 1 ให้แก่ พล.ท.หญิงสุทิดา วชิราลงกรณ์ ณ อยุธยา เมื่อวันที่ 4 ก.ย. 2559 ประกาศ ณ วันที่ 22 ต.ค.2559 ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

นอกจากนี้ เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ยังเผยแพร่ประกาศสํานักนายกรัฐมนตรี เรื่อง พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ พระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ์ ให้แก่ ข้าราชการตํารวจ ที่ช่วยราชการกองกิจการในพระองค์สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ตั้งแต่วันที่ 20 กันยายน 2559 จํานวน 16 ราย ดังนี้ ประถมาภรณ์มงกุฎไทย 1. พันตํารวจเอก อนัญ หุตะจิตต์ ทวีติยาภรณ์ช้างเผือก 2. พันตํารวจเอก พรเทพ จันทร์ชิดฟ้า 3. พันตํารวจเอก วิมพันธุ์ ราชประดิษฐ์ ทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย 4. พันตํารวจเอก อนุวัต พิชาดุลย์ 5. พันตํารวจเอก วันธิกรณ์ ราชสิริเสนา จัตุรถาภรณ์มงกุฎไทย 6. ดาบตํารวจ มาโนชญ์ พงศ์อาทรพิทักษ์ เบญจมาภรณ์ช้างเผือก 7. ดาบตํารวจ กรธวัช ปานรักษ์ 8. ดาบตํารวจ ธนิสร งอกงาม 9. ดาบตํารวจ ณรงค์ เฮ่งพก 10. ดาบตํารวจ ภูวรินทร์ มั่นคงดี 11. ดาบตํารวจ ประภัศร์ สุขเอี่ยม 12. ดาบตํารวจ ประชา ล้อมมหาดไทย 13. ดาบตํารวจ เทวินทร์ นุตโร 14. ดาบตํารวจ สังเวียน แก่นสงสัย 15. ดาบตํารวจ นิตินัย เรืองโรจน์ เบญจมาภรณ์มงกุฎไทย 16. ดาบตํารวจ สมชาย ศรีทาพักษ์ ประกาศ ณ วันที่ 30 ตุลาคม พ.ศ.2559 ผู้รับสนองพระบรมราชโองการ พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี

ที่มา>>>ข่าวสด

สาวเพื่อนบ้านไม่เห็นหนุ่มใหญ่ข้างบ้านหลายวัน เลยเข้าไปตามหา-ถึงช็อก พบเป็นศพนอนตาย

เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 28 ต.ค. ร.ต.อ.รัชพล จำปาแก้ว รองสว.(สอบสวน) สภ.อ.เมืองเลย รับแจ้งจากศูนย์วิทยุเมืองเลยว่ามีคนเสียชีวิดโดยไม่ทราบสาเหตุ ภายในบ้านพัก ต.กุดป่อง อ.เมืองเลย เมื่อรับแจ้งจึงพร้อมด้วยแพทย์จากรพ.เลย และเจ้าหน้าที่มูลนิธิสว่างคีรีธรรม จุดเมือง ไปยังที่เกิดเหตุ

ที่เกิดเหตุเป็นบ้านไม้ 2 ชั้น พบผู้เสียชีวิตเป็นชายไม่สวมเสื้อ ทางญาตินำออกจากห้องครัว มีเลือดออกที่ปาก เริ่มมีกลิ่นเหม็น ทราบชื่อนายสาทิตย์ ลีกระจ่าง อายุ 60 ปี เป็นเจ้าของบ้าน คนที่พบศพคือนางหมุน อายุ 51 ปี บ้านอยู่บริเวณเดียวกัน

โดยนางหมุน เล่าว่า ไม่เห็นผู้ตายออกจากบ้านมาหลายวัน จนกระทั่งวันนี้ก็ยังไม่เห็น จึงเดินมาดูที่บ้านก็ไม่พบ ก่อนเกิดเข้าไปในครัวพบนายสาทิตย์นอนเสียชีวิต สภาพศพนอนหงายมีกลิ่นเหม็น จึงบอกให้คนที่อยู่ใกล้กันแจ้งตำรวจ

จากการสอบสวนทราบว่า นายสาทิตย์ไม่มีครอบครัว พ่อแม่ตายหมดแล้ว อยู่บ้านคนเดียว ประกอบอาชีพหาปูปลาเลี้ยงชีพ มีโรคประจำตัวคือความดัน ขณะที่อยู่ในครัวเกิดโรควูบหงายท้อง ท้ายทอยกระแทกพื้นจนหัวแตก ไม่มีคนเห็นจึงเสียชีวิตดังกล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด

รถรับจ้าง ชลบุรี – ทั่วไทย พร้อมคนยกของ ในราคาเป็นกันเอง

รถรับจ้าง ชลบุรี บริการ รถรับจ้าง ขนของ ย้ายบ้าน ย้ายอาคาร ย้ายสำนักงาน – ทั่วไทย

รถรับจ้าง ชลบุรี – ทั่วไทย บริการ รถรับจ้าง ขนของ ย้ายบ้าน ย้ายอาคาร ย้ายสำนักงาน ด้วย รถ 4 ล้อ 6 ล้อ 10 รถเฮี๊ยบ พร้อมคนยกของในราคากันเอง ทีมงานย้ายของ ขนของ มืออาชีพ ประหยัดเวลา ประหยัดเงิน ไปกลับหลายรอบ รถรับจ้างชลบุรี – ทั่วไทย | เหน่ง บริการ

บริการของเรา รถรับจ้างชลบุรี

รถรับจ้าง ชลบุรี เหน่ง บริการ (ทีมงานเด็กเมืองมหา) บริการดี รับประกันความประทับใจ ทีมงาน บริการดี รับประกันความประทับใจ บริการขนของ ย้ายบ้าน ห้องเช่า ออฟฟิศ สำนักงาน ย้ายบูธ แคมป์ก่อสร้าง และขนส่งอื่นๆ มีให้บริการทั้ง รถ 4 ล้อ รถ 6 ล้อ รถ 10 ล้อ รถเฮี๊ยบ พร้อมคนยกของ ในราคาเป็นกันเอง ให้บริการรถรับจ้างในจังหวัดชลบุรี จังหวัดใกล้เคียง และมีเครือข่ายรถรับจ้างทุกจังหวัดทั่วประเทศไทย พร้อมมีคนยกของ ลูกค้า(จังหวัดชลบุรี และทั่วประเทศ)ที่สนใจใช้บริการ

ข้อดีในการใช้บริการ รถรับจ้างชลบุรี

1. ทีมงาน รถรับจ้างชลบุรี เรามีรถที่คอยให้บริการหลายขนาด รองรับการขนย้ายทุกรูปแบบ ไม่ต้องใช้รถหลายคันในการย้ายของ ขนของ ไม่ว่าจะเป็น รถ 4 ล้อ รถ 6 ล้อ รถ 10 ล้อ รถเฮี๊ยบ ให้ลูกค้าได้เลือกตามความต้องการ ตามขนาดสิ่งของที่ต้องการจะขนย้าย
2. เรามีทีมงานมืออาชีพในการย้ายของ มีความชำนาญ ของไม่แตก ไม่เสียหาย รับประกันได้
3. คนขับรับประกันความสุภาพ มีความเป็นมืออาชีพ มีจัญญาบัญในวิชาชีพ
4. รถที่ให้บริการดูแลอย่างดี สม่ำเสมอ ไม่สึกหรอ มี พรบ. ประกัน ครบทุกอย่าง หายห่วง
5. ประหยัดเวลา เพราะเรามีทีมงานมืออาชีพในการขนย้าย ชำนาญเส้นทางทุกพื้นที่ในประเทศไทย

ข้อเสียของการย้ายของด้วยต้นเอง

เวลาเราต้องการที่จะย้ายบ้าน ขนของ ย้ายสำนักงาน ย้ายของในโรงาน จากที่หนึ่งไปอีกที่หนึ่งถ้าเราดำเนินการเอง มักจะมีปัญหาหลายอย่างที่จะต้องเจอ คือ
1. ไม่มีรถที่จะขนของ เพราะของเราเยอะ ทั้งโต๊ะ ตู้ เตียง ทีวี พัดลม รถมอไซต์ หากเอารถเราขนก็อาจจะขนได้ทีละนิด ทีละหน่อย ไปกลับหลายรอบ เหนื่อย เสียเวลา เปลืองตังเพราะการขนย้ายหลายรอบ
2. ไม่มีคนมาช่วยขน ของอาจจะใหญ่ หนัก ย้ายคนเดียวไม่ได้ แต่ไม่ต้องห่วง รถรับจ้างชลบุรี เรามีคนช่วยขนให้

“เหน่ง บริการ รถรับจ้าง ชลบุรี” บริการด้วยใจ ใส่ใจทุกรายละเอียด

“จะหลับลงได้อย่างไร…ในเมื่อประชาชนไม่มีที่จะนอน..” พระราชกระแสรับสั่งเมื่อครั้งน้ำท่วม

ธรรมนูญ นาคสุข ได้ตั้งกระทู้เกี่ยวเนื่องกับพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว กับสถาการณ์น้ำท่วม กทม. ลงใน www.baansuanpyramid.com/ เมื่อวันที่ 10 ต.ค. 2554 ว่า พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงปรับห้องประทับพักผ่อน มาเป็นห้องทรงงาน เพื่อพระราชทานแนวทางแก้ปัญหาภัยพิบัติน้ำท่วม12878407211287841059lสถานการณ์น้ำท่วมในขณะนี้ ยังคงวิกฤติอยู่ในหลายพื้นที่ของประเทศไทย ไม่เว้นกระทั่งในกรุงเทพฯ โดยในขณะนี้ น้ำเริ่มเข้าท่วมพื้นที่บางส่วนแล้วเช่นกัน ซึ่งจากมหันตภัยน้ำท่วมที่ร้ายแรงในครั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยพสกนิกรเป็นอย่างยิ่ง1-239-696x562โดย นพ.ธีรวัฒน์ กุลทนันทน์ คณบดีคณะแพทยศาสตร์ศิริราชพยาบาล ได้เปิดเผยว่า พระองค์ทรงห่วงใยสถานการณ์น้ำท่วมในทุกพื้นที่ แต่ละวันทรงงานและให้เจ้าหน้าที่กราบทูลรายงานสถานการณ์น้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งมีข้อมูลทั้งในส่วนของโรงพยาบาลศิริราชและหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ประกอบกับการทอดพระเนตรริมแม่น้ำเจ้าพระยาบ่อยครั้ง “จะหลับลงได้อย่างไร…ในเมื่อประชาชนไม่มีที่จะนอน…”พระราชกระแสรับสั่งของ “ในหลวง”

นอกจากนี้ นพ.ธีรวัฒน์ ยังกล่าวอีกด้วยว่า ส่วนน้ำท่วมชุมชนคลองบางกอกน้อย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยเช่นกัน เห็นได้จากโครงการพระราชดำริเรื่องการแก้ไขปัญหาจราจรยังครอบคลุมเรื่องการระบายน้ำในพื้นที่ด้วย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงห่วงใยพสกนิกรชาวไทยเสมอ ทรงทราบถึงความเดือดร้อนและยังทรงงานตลอดเวลา

ชั้น 16 โรงพยาบาลศิริราช ทรงปรับห้องประทับพักผ่อน มาเป็นห้องทรงงานส่วนพระองค์ พระราชทานพระราชดำริแก้ปัญหาภัยพิบัติน้ำท่วม
ภาพประกอบบางส่วนจากหนังสือ 5 ธันวามหาราช มหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 75 พรรษา และข้อมูลจาก www.baansuanpyramid.com/index.php?lay=boardshow&ac=webboard_show&WBntype=1&No=1394953

ที่มา>>>ข่าวสด