รับสร้างบ้าน อุดร ขอนแก่น ด้วยวัสดุมาตรฐาน คุณภาพเกรด A

รับสร้างบ้าน อุดร ขอนแก่น
รับสร้างบ้าน อุดร ขอนแก่น

MODERNDE บริษัท รับสร้างบ้าน อุดร รับสร้างบ้าน ขอนแก่น ปัจจุบันมีสาขา อุดร และ ขอนแก่น รับสร้างบ้าน ออกแบบบ้าน อาคาร สำนักงาน show room อื่นๆ ด้วยวัสดุมาตรฐาน คุณภาพเกรด A ราคายุติธรรม ทั้งนี้ รวมไปถึงการตรวจสอบคุณภาพ ก่อสร้างจากทีมวิศวกรก่อสร้าง กว่า 100 ขั้นตอนและงานรับประกันนานกว่า 15 ปี ดังนั้น จึงเชื่อใจได้ ท่านจะได้รับ ความพึงพอใจ และบ้านที่สวยงาม มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวตามสไตล์ อย่างแน่นอน

ผลงาน ลูกค้าที่ใช้บริการ รับสร้างบ้านอุดร ขอนแก่น กับเรา

รับสร้างบ้าน อุดร ขอนแก่น

นักธุรกิจสาวสวย ที่งานเยอะธุรกิจรัดตัวจนแทบจะไม่มีเวลาว่าง กับแนวคิดการและแรงบันดาลใจในการ สร้างบ้านในฝันของตัวเอง “คุณแตงโม อภิญญา อิ้งศิริสวัสดิ์

รับสร้างบ้าน อุดร ขอนแก่น
สัมภาษณ์คุณกาญจนา ราชชาดา สร้างบ้านด้วย Eco Nano Block

คุณกาญจนา ราชชาดา เจ้าของบ้านที่สร้างด้วยวัสดุ Eco Nano Block จะมาเลาถึงบ้านที่สร้างด้วยอิฐนาโน นั้นจะเป็นอย่างไร

Harley-Davidson of Khon Kaen
Harley-Davidson of Khon Kaen
Harley-Davidson of Khon Kaen
Harley-Davidson of Khon Kaen
Harley-Davidson of Khon Kaen
Harley-Davidson of Khon Kaen

Harley-Davidson of Khon Kaen แห่งแรกในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน
การก่อสร้างเสร็จสมบูรณ์ ส่งมอบเป็นที่เรียบร้อยสำหรับโครงการ MDKK-076 ( show room harley) สถานที่ก่อสร้าง ต.พระลับ อ.เมือง จ.ขอนแก่น บริษัทขอขอบพระคุณลูกค้าเป็นอย่างสูงที่ท่านได้ให้ความไว้วางใจและมีอุปการคุณด้วยดีตลอดมา สร้างบ้าน อาคาร สวยตามสไตล์ของคุณเอง ในที่ดินของคุณเอง
โดยทีมงานคุณภาพ พร้อมกับการรับประกันผลงานและบริการหลังการขายที่ดูแลคุณ

ติดต่อเรา MODERNDE
รับสร้างบ้านขอนแก่น โทร.043-333-355
รับสร้างบ้านอุดรธานี โทร.042-222-029

เว็บไซต์
http://www.modern-de.com
เฟสบุ๊ค
https://www.facebook.com/MODERNDEHouseBuilder/

“เสี่ยปรีชา” เศรษฐีเมืองอุดรฯ ควักเงิน 2 ล้าน เปิดบ้านแจกอั่งเปาให้คนยากไร้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บ้านเลขที่559 สำลีเงิน ถนนนิตโย เขตเทศบาลนครอุดรธานี นายปรีชา ชัยรัตน์ หรือชาวอุดรธานี เรียกว่า “เสี่ยปรีชา” เจ้าของบ้านเจ้าของโรงงานน้ำตาลทรายเริ่มอุดม และเจ้าของโรงแรมบ้านเชียง ใจกลางเมืองอุดรธานี ได้เปิดบ้านแจกอั่งเปา เนื่องในเทศกาลตรุษจีนให้แก่ประชาชนคนจนในอุดรฯ รวมเป็นเงิน 2 ล้านบาท โดยมีประชาชยหลายร้อยคนมารอต่อแถวตั้งแต่ช่วงเช้ามืดเพื่อรอรับอั่งเปา โดยคาดว่า ในปีนี้คนเยอะมากกว่าทุกปีที่ผ่านมาโดยนายปรีชา ได้แจกเงินมาทุกปี เริ่มตั้งแต่ยังเป็นหนุ่ม หรือเมื่อ 30 ปี มาแล้ว โดยเริ่มจากแจกลูกน้องคนเลี้ยงม้า และสารถีสามล้อ และตำรวจจราจร สภ.เมืองอุดรธานี ตอนนั้นมีเพียง 50 นาย จากนั้นมาเมื่อถึงวันตรุษจีน ก็แจกอั่งเปาเรื่อยมา โดยจะใส่ให้ซองละ 200 บาท

ขอบคุณภาพ อุดร มีด่าน มีข่าว มีหมอลำ งานบุญ มีเหตุการณ์ต่างๆ บอกด้วย

ผวา! แสงไฟประหลาดโผล่ เชื่อเป็น ‘ผีกระสือ’ หมาที่เลี้ยงตายไปหลายตัว

ไม่เชื่ออย่าลบหลู่!! ชาวบ้านเหล่าหลวง จ.กาฬสินธุ์ ตื่นผวาหลังพบแสงไฟประหลาดลอยเข้ามาในหมู่บ้าน ต่างเชื่อกันว่าน่าจะเป็น “ผีกระสือ” แถมมีผู้ที่สามารถถ่ายวิดีโอแสงไฟนี้ได้ ทำให้ชาวบ้านรู้สึกหวาดกลัวไปตามๆ กัน

เมื่อวันที่ 26 ม.ค.2560 ผู้สื่อข่าวเดินทางไปที่บ้านเหล่าหลวง หมู่ 8 ต.ภูดิน อ.เมือง จ.กาฬสินธุ์ หลังทราบว่าเมื่อคืนมีชาวบ้านสามารถถ่ายคลิปวิดีโอเห็นแสงไฟประหลาดไว้ได้ ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่ ต่างเชื่อว่าเป็นผีกระสือ สร้างความหวาดผวาให้กับชาวบ้านเป็นอย่างมาก

นายองอาจ วิระพันธุ์ เจ้าของคลิปวิดีโอได้บอกกับผู้สื่อข่าวว่า ได้ยินเรื่องแสงไฟประหลาดจากปากชาวบ้านมาได้หลายวันแล้ว ครั้งแรกตนก็ไม่เชื่อเพราะตั้งแต่เกิดมาก็ไม่เคยเห็น แต่ตนสามารถบันทึกภาพจากวิดีโอไว้ได้ และสามารถซูมในระยะใกล้ๆ ได้ โดยช่วงเวลาประมาณ 19.00 น. ตนก็ได้ยินชาวบ้านว่าพบแสงไฟประหลาดเข้ามาในหมู่บ้านอีกแล้ว จึงได้นำกล้องวิดีโอที่เตรียมไว้ออกมาถ่าย ซึ่งเมื่อถ่ายดูแล้วก็พบกับความประหลาดเมื่อแสงไฟที่พบเห็นไม่เหมือนแสงไฟดวงดาวหรือแสงไฟฟ้า แต่เป็นแสงไฟสีเขียวอมแดงกำลังวิ่งเข้ามาหาตัวเราเรื่อยๆ ระยะความสูงประมาณ 100 เมตร และเมื่อซูมเข้าไปใกล้ๆ ก็พบว่าไม่เหมือนแสงไฟธรรมดา คล้ายกับสิ่งมีชีวิต ซึ่งขณะนั้นทุกคนที่พบเห็นต่างรู้สึกกลัว แต่เมื่ออยากรู้ความจริงก็ได้พากันขึ้นรถจักรยานยนต์ออกติดตามแสงไฟดวงนั้น แต่ก็ไม่สามารถตามได้ทันเพราะดวงไฟนั้นได้หายไปแล้ว

นายสำเนียง ภูโพก ชาวบ้านที่เพิ่งมาอยู่อาศัยในหมู่บ้านแห่งนี้บอกว่า แต่ก่อนตนก็ได้อาศัยอยู่ในเขตพื้นที่อำเภอยางตลาด กาฬสินธุ์ ในช่วงกำลังออกหาของป่าในช่วงกลางดึก ก็จะพบแสงไฟประหลาดเช่นกันเหมือนกัน ทีแรกไม่คิดอะไร แต่พอหลังๆ มาก็พบว่าน่าจะเป็นผีกระสือมากกว่า เพราะช่วงที่ตนแหงนหน้าไปดูก็พบเป็นแสงไฟจ้า มีผมยาวปรกใบหน้า และมีเขี้ยวยาว ตนจึงตั้งสติ และตัดสินใจจ่อปืนขึ้นไปเพื่อจะยิง แต่ดวงไฟผีกระสือก็ได้หนีไป หลังจากนั้นก็มาอาศัยอยู่กับแฟนในหมู่บ้านแห่งนี้ ก็ได้ยินชาวบ้านว่าพบแสงไฟประหลาดเข้ามาในหมู่บ้าน ตนก็เชื่อว่าน่าจะเป็นดวงไฟของผีกระสืออย่างแน่นอน ซึ่งชาวบ้านก็เชื่อเหมือนกันเพราะไม่เคยเห็นแสงไฟแบบนี้มาก่อน ในช่วงนี้ชาวบ้านต้องอยู่กันอย่างผวา และหวาดกลัว แต่ก็ไม่ละความพยายามยังรวมตัวจับกลุ่มกันเพื่อรอพิสูจน์ความจริงจากแสงไฟดังกล่าวจากการสอบถามชาวบ้านยังทราบอีกว่า ในช่วงที่พบแสงไฟประหลาดนั้น ยังได้มีสุนัขตายไปหลายตัวและสัตว์เลี้ยงเริ่มตายไปเช่นกัน ชาวบ้านจึงหวั่นกลัวว่าอาจจะเป็นผีกระสือออกมาหากินในช่วงค่ำคืน ทำให้ชาวบ้านต้องปิดบ้านกันอย่างมิดชิด เพราะกลัวว่าผีกระสืออาจจะมาเอาชีวิต โดยเรื่องราวดังกล่าวถือเป็นความเชื่อส่วนบุคคล ควรใช้วิจารณญาณในการรับชม และต้องการให้ผู้มีส่วนเกี่ยวข้องและชำนาญการเรื่องนี้เข้ามาพิสูจน์หาความกระจ่างว่าแท้จริงมันคืออะไรกันแน่ ความกังวล ความกลัวของชาวบ้านจะได้หมดไปและใช้ชีวิตเป็นปกติในยามค่ำคืนต่อไป.

ที่มา>>>ไทยรัฐ

พบแล้ว5ศพ!! ดญ.แฝดด้วยไฟคลอกคาห้องนอน พ่อช่วยลูกดับสลดตรงระเบียง ตึกทรุดแล้ว(คลิป)

เกิดเหตุการณ์สุดสลด 5 ศพ ดับยกครัว ไฟไหม้ร้านประดับยนต์ ลิ้มธงชัยเจริญยนต์ หนุ่มหนีออกมาได้แล้ว-วิ่งฝ่าเพลิงกลับไปช่วยแม่-เมีย-ลูกน้อยฝาแฝด หายไปในกองไฟ

เหตุเกิดเมื่อเวลา 03.50 น. วันที่ 25 ม.ค. 60 ร.ต.ท.ภคสิทธิ์ ดิสระ รองสว.(สอบสวน) สน.ลาดพร้าว รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้อาคารพาณิชย์บริเวณปากซอยนวมินทร์ 99 ถนนนวมินทร์แขวง นวมินทร์ เขตบึงกุ่ม กรุงเทพมหานคร

ที่เกิดเหตุเป็นอาคารพาณิชย์สูง 3 ชั้น จุดเกิดเหตุเป็นร้านรับติดตั้งรีโมตรถยนต์ ชื่อ ลิ้มธงชัยเจริญยนต์ เลขที่ 119/114-7 แขวงนวมินทร์ เขตบึงกุ่ม อาคารพาณิชย์ 3 ชั้น พบเพลิงกำลังลุกไหม้ จากชั้นล่างลุกลามขึ้นชั้น 2 จึงให้รถน้ำฉีดสกัด เบื้องต้นพบมีผู้ติดภายในจำนวน 5 รายสอบสวน น.ส.รัตนา ธงชัยวัฒนอำพล อายุ 36 ปี ซึ่งเป็นลูกสาวเจ้าของร้านให้การว่า ก่อนเกิดเหตุนอนอยู่บริเวณชั้น 2 ได้ยินเสียงดังเหมือนหม้อแปลงระเบิดก่อนจะมีเปลวไฟและกลุ่มควันขึ้นจำนวนมากจึงรีบเรียกคนในบ้านให้รีบออกมา ซึ่งสามารถหนีออกมาได้จำนวน 5 คน แต่ยังมีผู้ที่ยังติดออยู่ชั้นบน อีก 4 คน

จังหวะนั้น นายจำรัส ธงชัยวัฒนอำพล น้องชาย จึงวิ่งย้อนกลับเข้าไปในตัวอาคารเพื่อจะช่วยคนที่ติดอยู่ ได้แก่ นางภัทรา ธงชัยวัฒนอำพล มารดา น.ส.สริณทิพย์ สุทธิพงษ์ชัยกุล น้องสะใภ้ และลูกแฝด ชื่อ ด.ญ.สรัญญา สรัญดา อายุเพิ่งจะขวบเดียว แต่จากนั้นนายจำรัสก็ไม่ได้ออกมาต่อมาเวลา 07.30 น.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่สามารถค้นหาร่างผู้เสียชีวิตทั้ง 5 ราย ได้แล้ว โดยพบศพ นางภัทรา นางสริณทิพย์ ด.ญ.สรัญญา และ ด.ญ.สรัญดา ที่บริเวณห้องนอนชั้นที่ 3 ห้องเลขที่ 119/115 รวม 4 ราย ส่วนร่างนายจำรัส พบที่ระเบียงด้านหลังห้องนอนดังกล่าว

ทั้งนี้ทางเจ้าหน้าที่จะนำร่างผู้เสียชีวิตทั้งหมดไปตรวจสอบหาสาเหตุการเสียชีวิตอย่างละเอียดอีกครั้งก่อนส่งมอบญาตินำไปประกอบพิธีกรรมทางศาสนาต่อไปในส่วนของอาคาร หลังควบคุมเพลิงได้ในวงจำกัด พบว่าโครงสร้างอาคารพาณิชย์เสียหายหมด เจ้าหน้าที่ต้องกั้นให้เป็นพื้นที่อันตราย จะให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายโยธา มาตรวจสอบในส่วนของอาคารอีกครั้ง พบว่าบริเวณด้านในยังมีไฟคุขึ้นมาอยู่ สำหรับร้านค้านี้ขนาด 3 คูหาติดกัน เสียหายทั้งหมด 2 คูหา อีก 1 คูหา ไหม้เฉพาะชั้นบนด้าน นางรสธารินท์ อุ่นอนันต์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตบึงกุ่ม ได้เดินทางมาจุดที่เกิดเหตุไฟไหม้ โดยเขตประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติ เนื่องจากอาคารเริ่มทรุดตัว

สำหรับผู้เสียชีวิต มีทั้งสิ้น 5 ราย ได้แก่ 1.นางภัทรา ธงชัยวัฒนอำพล(มารดา) 2.นายจำรัส ธงชัยวัฒนอำพล(ลูกชาย) 3.น.ส.สริณทิพย์ สุทธิพงษ์ชัยกุล (ลูกสะใภ้) 4.ด.ญ.สรัญญา 5.ด.ญ.สรัญดา ธงชัยวัฒนอำพล (ฝาแฝด) อายุ 1 ปี 6 เดือน (หลานสาว)

ที่มา>>>ข่าวสด

ตร.บุกจับแก๊งโจ๋มั่วยา! กระโดดหน้าต่างหนีรอด 2 ทิ้งเพื่อนหลับจนมุม ยาบ้ายังคามือ!!

เมื่อวันที่ 23 ม.ค. พ.ต.อ.นิพนธ์ จันทร์ทอง ผกก.สภ.ลาดหญ้า จ.กาญจนบุรี ได้รับแจ้งจากชาวบ้านมีกลุ่มวัยรุ่นมั่วสุมยาเสพติดภายในห้องเช่าไม่มีเลขที่ หมู่ 2 ต.วังด้ง อ.เมือง จ.กาญจนบุรี จึงได้สั่งการให้ พ.ต.ท.กรธัช กลิ่นฟุ้ง รอง ผกก.สส.สภ.ลาดหญ้า ร.ต.อ.ศุภัทรวุฒิ กิ้มแสง ร.ต.อ.รัตนโชติ ทองสวัสดิ์ รองสวป. พร้อมกำลังตำรวจชุดสืบสวนเดินทางไปตรวจสอบเมื่อไปถึงเจ้าหน้าที่จู่โจมเข้าตรวจสอบ พบชายวัยรุ่น 2 คนกระโดดออกทางหน้าต่างหลังบ้านหลบหนี ตำรวจชุดสืบสวนจึงวิ่งติดตามแต่หลบหนีไปได้ นอกจากนั้นยังพบวัยรุ่นชายอีกคนนอนหลับอยู่บนที่นอน พอตื่นลืมตาเห็นตำรวจพยายามจะวิ่งหนีและโยนถุงพลาสติกทิ้งแต่ก็ไม่ทัน ตรวจสอบภายในถุงมียาบ้า 7 ถุง นับรวม 1,400 เม็ด กลางห้องมีกัญชาแห้งพร้อมบ้องกัญชาและอุปกรณ์เสพยาบ้าวางอยู่

จากนั้นควบคุมตัวพร้อมของกลางไปสอบสวน ทราบชื่อต่อมาคือนายต้อม(นามสมมติ) อายุ 16 ปี ยอมรับสารภาพว่า รับจ้างนำยาบ้าไปส่งให้กับลูกค้าของนายทุน ได้ค่าจ้างครั้งละ 500 บาททำมาแล้วประมาณ 5 เดือน ซึ่งจะได้ประสานผู้ปกครองและเจ้าหน้าที่สหวิชาชีพ เข้าร่วมสอบปากคำเนื่องจากผู้ต้องหายังเป็นเยาวชน ก่อนขยายผลตามจับขบวบการค้ายาเสพติดกลุ่มนี้ต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

คนงานหนีตายระทึก! เพลิงไหม้อพาร์ตเมนต์กำลังก่อสร้าง คาดไฟลัดวงจร

วันที่ 23 ม.ค. พ.ต.ท.วุฒิ พุฒิพานนท์ สว. (สอบสวน) สภ.เมืองสมุทรปราการ รับแจ้งเหตุเพลิงไหม้อาคาร ซึ่งอยู่ระหว่างก่อสร้าง ตั้งอยู่ปากซอย เทศบาลลางปู 55 ม.5 ถนนสุขุมวิท ต.ท้ายบ้านใหม่ อ.เมืองสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงประสานรถดับเพลิงจาก เทศบาลตำบลบางปู 5 คัน เข้าระงับเพลิง

ที่เกิดเหตุเป็นอพาร์ทเม้นท์สูง 5 ชั้น ห้องรวมทั้งหมด 67 ห้องไม่มีเลขที่ อยู่ระหว่างก่อสร้าง บริเวณชั้นล่าง ซึ่งเป็นที่เก็บอุปกรณ์เครื่องมือช่าง วัสดุก่อสร้าง และเป็นที่พักของคนงาน กำลังถูกเพลิงลุกไหม้อย่าง รุนแรง เจ้าหน้าที่ระดมฉีดน้ำนานกว่า 30 นาที จึงคุมเพลิงเอาไว้ได้ หลังเพลิงสงบพบข้าวของเสียหายทั้งหมด

พ.ต.ท.วุฒิ พุฒิพานนท์ กล่าวว่า จาการสอบสวนเบื้องต้น ทราบว่า อพาร์ทเมนท์ดังกล่าว มีนางรัตนา เต็มอุดมภาค อายุ 49 ปี เป็นเจ้าของ ก่อนเกิดเหตุขณะที่คนงานก่อสร้างประมาณ 20 คน กำลัง ทำงานอยู่ตามชั้นต่างๆ จู่ๆ ก่อนจะมีคนเห็นไฟช็อตบริเวณคัทเอาท์ ชั้นล่าง ก่อนที่จะเกิดประกายไฟและลุกลามไหม้ข้าวของอย่างรวดเร็ว จึงพากันหนีตายออกมา กระทั้งเจ้าหน้าที่ดับเพลิงมาถึงจึงช่วยกัน ฉีดน้ำสกัดเพลิงเอาไว้ได้ เบื้องต้นสาเหตุคาดเกิดจากไฟฟ้าลัดวงจร

ทางด้านสุวันชัย ศิริรัตน์ประภา หัวหน้าฝ่ายแบบและก่อสร้าง เทศบาลตำบลบางปู กล่าวว่า เบื้องต้นจากการตรวจสอบ โครงสร้างอาคารที่รับน้ำหนักซึงได้รับความเสียหายจากเปลวเพลิงนั้น เบื้องต้นยังอยู่ในเกณฑ์ที่ปลอดภัย อย่างไรก็ตามก็ต้องตรวจสอบอย่างระเอียดอีกครั้ง

ที่มา>>>ข่าวสด

สาว‘รร.การบิน’ขับเก๋งกลับบ้านอ่างทอง เสียหลักชนอัดต้นไม้ ดับสลดคาซาก!!

เมื่อวันที่ 20 ม.ค. ร.ต.ท.หญิงนิมมิตา สุพรรณ รองสว.(สอบสวน) สภ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถยนต์เก๋งเสียหลักพุ่งชนต้นไม้ริมถนน สายโพธิ์พระยา-ท่าเรือ หมู่ 8 ต.สาวร้องไห้ อ.วิเศษชัยชาญ จ.อ่างทอง ทำให้หญิงสาวคนขับรถเสียชีวิตติดอยูาภายในซากรถ จึงรุดไปตรวจสอบพร้อมหน่วยกู้ภัยสมาคมนักวิทยุสมัครเล่นกู้ภัยอ่างทอง

ที่เกิดเหตุพบรถยนต์เก๋งมาสด้า 2 หมายเลขทะเบียน กจ 1274 อ่างทอง สภาพชนอัดติดคาอยู่กับต้นไม้ใหญ่ริมถนน รถพังยับเยิน ภายในรถพบศพหญิงสาวถูกอัดก๊อบปี้อยู่ภายในรถ หน่วยกู้ภัยต้องใช้เครื่องตัดถ่างงัดซากรถนำศพออกมา ทราบชื่อคือ น.ส.นิโลบล เลาหกุลวิวัฒน์ อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 6/1 หมู่ 5 ต.อ่างแก้ว อ.โพธิ์ทอง จ.อ่างทอง ทำงานเป็นพนักงานราชการ โรงเรียนการบิน จ.นครปฐมร.ต.ท.หญิงนิมมิตา เปิดเผยว่า จากการสอบสวนทางญาติของน.ส.นิโลบล ทราบว่าน.ส.นิโลบล ทำงานเป็นพนักงานราชการ ตำแหน่งพนักงานบริการโรงเรียนการบิน จ.นครปฐม คาดว่าวันนี้ซึ่งเป็นวันศุกร์หลังเลิกงานผู้เสียชีวิตได้ขับรถกลับบ้านที่จ.อ่างทอง พอมาถึงที่เกิดเหตุรถเกิดเสียหลักพุ่งชนต้นไม้อย่างแรงจนเสียชีวิต สำหรับน.ส.นิโลบล เพิ่งได้รับมอบประกาศเกียรติคุณบุคคลดีเด่นของ โรงเรียนการบิน ประจำปี 2559 จากผู้บัญชาการโรงเรียนการบิน เนื่องในวันคล้ายวันสถาปนาโรงเรียนการบิน ครบรอบปีที่ 75 เมื่อเดือนธ.ค.2559 ที่ผ่านมาด้วย ซึ่งจะได้สอบสวนสาเหตุที่แท้จริงต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ช่างทำได้ลงคอ! พบศพทารกอายุครรภ์8เดือนทิ้งลำน้ำปิง ชาวบ้านหาปลาผงะศพซีด-สายรกยังติดอยู่

เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 20 ม.ค. พ.ต.ต.พุฒิชัย ยะยอง พนักงานสอบสวน สภ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่ รับแจ้งว่ามีประชาชนพบศพทารกเสียชีวิตในลำน้ำปิง บริเวณบ้านวังขามป้อม ม.7 อ.ดอยหล่อ จ.เชียงใหม่ หลังทราบเรื่องจึงได้เดินทางไปตรวจสอบ ร่วมกับทางเจ้าหน้าที่สายตรวจ พร้อมทั้งได้แจ้งประสานไปยังเจ้าหน้าที่กู้ภัย และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เข้าไปตรวจสอบยังจุดเกิดเหตุร่วมกันที่เกิดเหตุบริเวณริมตลิ่งลำน้ำปิง พบกลุ่มชาวบ้านจำนวนหนึ่งกำลังยืนมุงดูเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น โดยบริเวณริมตลิ่งพบศพเด็กทารกอายุในครรภ์ประมาณ 8 เดือน มีถุงสายสะดือติดอยู่กับศพ คาดเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 2-3 วัน เนื่องจากศพมีร่างกายซีดขึ้นอืด และเริ่มส่งกลิ่นเน่าเหม็นแล้ว จากนั้นทางเจ้าหน้าที่กู้ภัยจึงนำร่างทารกดังกล่าวขึ้นจากน้ำ จากการตรวจสอบของเจ้าหน้าที่ตำรวจทราบว่า ศพทารกที่พบในครั้งนี้ได้นำมาถูกทิ้งลงในแม่น้ำปิง ไม่ทราบสถานที่ เนื่องจากถูกพัดมาตามกระแสน้ำขณะเดียวกัน จากการสอบสวนชาวบ้านที่พบร่างทารก เบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุได้มาดูปลาในกระชังในช่วงเช้าเวลาประมาณ 08.00 น. และขณะกำลังเดินดูปลาอยู่นั้นได้สังเกตเห็นวัตถุบางอย่างลอยอยู่ติดกับตลิ่ง จึงได้เข้าไปดูใกล้ๆ ก็พบว่าเป็นศพทารก สร้างความตกใจให้กับชาวบ้านในละแวกใกล้เคียง จากนั้นจึงได้รีบโทรแจ้งเจ้าหน้าที่ตำรวจให้เข้ามาตรวจสอบในเวลาต่อมาอย่างไรก็ตาม เบื้องต้นภายหลังการตรวจสอบศพทารกดังกล่าวแล้วทางเจ้าหน้าที่สันนิษฐานว่า ศพทารกที่พบในครั้งนี้น่าจะมาจากการแอบทำแท้งของเด็กวัยรุ่นที่รักสนุกแต่พลาดตั้งท้อง ด้วยความไม่ได้ตั้งใจประกอบกับยังเป็นวัยรุ่นที่ไม่พร้อมที่จะมีลูกจึงตัดสินใจทำคลอดเอง และนำเด็กที่คลอดออกมานำมาโยนทิ้งลงแม่น้ำปิง เพื่อทำลายหลักฐานความผิดพลาดของตน

ทางเจ้าหน้าที่ได้ส่งศพทารกที่พบเจอไปยังแผนกนิติเวช เพื่อให้แพทย์ชันสูตรให้แน่ชัดอีกครั้ง ก่อนจะนำศพทารกไปทำพิธีทางศาสนา พร้อมทั้งประสานชุดสืบสวนเพื่อออกติดตามหาตัวแม่ใจร้ายที่ก่อเหตุในครั้งนี้มาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

หายตัวครึ่งเดือน!! ญาติตามหามาตลอด เจออีกทีสุดช็อก เหลือแต่โครงกระดูก-ศีรษะหาย

เมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 18 มกราคม 2560 ร.ต.อ.ธีระพงศ์ เตชะนันนท์ รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.โคกสำโรง อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี ได้รับแจ้งจากผู้ใหญ่บ้านหมู่ที่ 4 ต.โคกสำโรง ว่ามีผู้ที่เข้าไปเกี่ยวหญ้าหลังหมู่บ้านดงมัน หมู่ที่ 8 ต.คลองเกตุ พบโครงกระดูกมนุษย์อยู่ที่ริมไร่มันสำปะหลังท้ายหมู่บ้าน ร.ต.อ.ธีระพงศ์ จึงได้รายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบ พร้อมทั้งประสานแพทย์เวร รพ.โคกสำโรง สมาคมกู้ภัยโคกสำโรงสงเคราะห์ เดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุพบโครงกระดูกมนุษย์ที่เหลือเป็นบางส่วน ที่ช่วงขาขวายังมีกางเกงขายาวสีดำติดอยู่ รองเท้าแตะสีดำ วางอยู่ที่ปลายเท้าของศพ ช่วงศีรษะได้หายไป คาดถูกสัตว์กัดแทะ ซึ่งจากการชันสูตรพลิกศพของแพทย์ รพ.โคกสำโรง คาดว่าน่าจะเสียชีวิตมาแล้วไม่ต่ำกว่า 15 วัน ซึ่งตรงกับมีผู้ที่แจ้งความที่ สภ.โคกสำโรงไว้ว่า นายทองดี นิคมทัศน์ อายุ 53 ปี อยู่หมู่ที่ 4 ต.โคกสำโรง อ.โคกสำโรง จ.ลพบุรี ได้หายออกไปจากบ้าน ตั้งแต่คืนวันที่ 4 มกราคม ที่ผ่านมา ญาติๆ ได้ออกติดตามหามาตลอด แต่ไม่พบ จนกระทั่งมาพบว่าเป็นศพอยู่ที่ท้ายหมู่บ้านสำหรับสาเหตุของการเสียชีวิตคาดว่าน่าจะมาจากการดื่มสุราช่วงเทศกาลวันปีใหม่ที่ผ่านมา ซึ่งทางเจ้าหน้าที่จะนำตัวส่งสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ แต่ทางญาติไม่ได้ติดใจในสาเหตุของการตาย จึงได้มอบศพให้กับญาตินำไปบำเพ็ญกุศลทางศาสนาที่วัดโคกสำโรงต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ “ผู้พันแอร์” นักบินกริพเพน

เมื่อวันที่ 16 ม.ค. ที่วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร บางเขน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ พร้อมหีบก้านแย่งประกอบศพ น.ต. ดิลกฤทธิ์ ปัถวี ผู้ทำการบินกับเครื่องบินขับไล่แบบที่ 20 (Gripen 39C) ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตขณะปฏิบัติหน้าที่ในกิจกรรมงานวันเด็กแห่งชาติ กองทัพอากาศ ประจำปี 60 ณ กองบิน 56 จังหวัดสงขลา เมื่อวันที่ 14 ม.ค.ที่ผ่านมาโดยมีพล.อ.เกษม อยู่สุข เป็นผู้แทนพระองค์ในการพระราชทานน้ำหลวงอาบศพ และอัญเชิญพวงมาลาพระราชทานวางหน้าหีบศพตอนเวลา 17.30 น.วันนี้ ทั้งนี้พล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง เป็นประธานในพิธีทางศาสนา ในการบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรม ในเวลา 18.30 น. โดยจะมีการสวดพระอภิธรรม 7 คืน ตั้งแต่วันที่ 16-22 ม.ค.และมีกำหนดการพระราชทานเพลิง ในวันที่ 23 ม.ค.เวลา 16.00 น.ทั้งนี้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และพล.อ.อ.จอม รุ่งสว่าง ผู้บัญชาการทหารอากาศ ได้มอบพวงหรีดแสดงความอาลัยในโอกาสนี้ พร้อมกันนี้ มีนายทหารชั้นผู้ใหญ่ ของกองทัพอากาศ อาทิ ผู้บัญชาการทหารอากาศ ผู้บังคับบัญชา ครอบครัว ญาติ ผู้บังคับบัญชา และเพื่อนร่วมงาน มาร่วมแสดงความอาลัยเป็นจำนวนมาก สำหรับบรรยากาศภายในงานเต็มไปด้วยความโศกเศร้า

สำหรับสิทธิกำลังพลที่ให้แก่ญาติและครอบครัวของผู้เสียชีวิต มีดังนี้ คือ ได้รับการปูนบำเหน็จพิเศษ 7 ขั้น และได้รับพระราชทานยศ เป็น “พลอากาศโท” และเครื่องราชอิสริยาภรณ์ “ท.ม. หรือ ชั้นทวีติยาภรณ์มงกุฎไทย” พร้อมทั้ง เงินสงเคราะห์ข้าราชการเสียชีวิตในการปฏิบัติหน้าที่ราชการ ตามระเบียบของทางราชการ รวม 2.78 ล้าน

สำหรับ น.ต.ดิลกฤทธิ์ ปัถวี นักบินประจำหมวดบิน 3 ฝ่ายยุทธการ ฝูงบิน 701 กองบิน 7 จังหวัดสุราษฎร์ธานี อายุ 34 ปี จบเตรียมทหารรุ่น 43 จบนายเรืออากาศรุ่น 50 โดยเป็นบุตรชายคนโตของ พล.อ.อ.อารมย์ ปัถวี อดีตรองเสนาธิการทหาร กองบัญชาการกองทัพไทย

ที่มา>>>ข่าวสด