พุนพินวิกฤตต่อเนื่อง ชาวบ้านต้องกินนอนริมถนน เดือดร้อนหนักไม่มีห้องน้ำ

เมื่อวันที่ 14 ม.ค.ชาวบ้านในพื้นที่ ม.7 ตำบลท่าข้าม อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี กว่า 50 ครัวเรือนต้องกางเต็นท์ขนาดใหญ่ริมถนนสายสุราษฎร์ฯ-ตะกั่วป่า ช่วง กม.12 เพื่อย้ายทรัพย์สินและเครื่องนอนมาหลังนอนในคืนนี้เป็นคืนแรก หลังมวลน้ำท่วมสูงตั้งแต่ช่วงดึกคืนที่ผ่านมาและเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วนายเฉลิมศักดิ์ นามจำปา อายุ 50 ปี อยู่บ้านเลขที่ 234/3 ม.7 ต.ท่าข้าม อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี เล่าว่า ประชาชนที่ต้องมาอาศัยริมถนนบริเวณหน้าบ้านของตนเอง ครั้งหลังสุดที่เคยต้องนอนริมถนนก็ปี 54 ครั้งนี้ถือว่าน้ำมามากพอสมควรได้แต่หวังว่าอย่าให้มากเหมือนปี 54 ที่น้ำเกือบมิดหลังคาบ้านขณะนี้ความเป็นอยู่ก็ต้องลำบากธรรมดา การประกอบอาหารยังคงดำเนินการได้ช่วยเหลือตัวเองกันได้อยู่ แต่ที่มีความเดือดร้อนมากก็คือห้องน้ำ ห้องส้วม เพื่อความสะดวกของเด็กและผู้หญิงที่ต้องอาศัยตรงจุดนี้เป็นจำนวนมากเช่นกันโดยขณะนี้อาศัยห้องน้ำวัดที่อยู่ห่างออกไปประมาณ 3-4 กิโลเมตร ตอนกลางวันไม่ค่อยมีปัญหา แต่กลางคืนค่อนข้างลำบาก โดยบนถนนเส้นนี้มีเต็นท์หลายหลังกางไว้ ทางกรมทางหลวงได้นำป้ายสัญญาณและไฟกระพริบมาวางไว้ให้ผู้ขับรถได้ทราบ เพื่อลดความเสี่ยงในการเกิดอุบัติเหตุให้ประชาชน ที่ต้องอาศัยริมข้างทางสภาพโดยรวมมวลน้ำกำลังไหลเข้าพื้นที่ตอนล่างของอำเภอพุนพิน เจ้าหน้ายังคงใช้เรือผลักดันน้ำเร่งระบายน้ำตรงช่วงสะพานจุลจอมเกล้าอย่างต่อเนื่องต่อไป และมีแผนเพิ่มเรือผลักดันน้ำอีก 13 ลำเพื่อระบายน้ำลงทะเลให้เร็วที่สุด

ที่มา>>>ข่าวสด

สุดมึน!! รถไฟไปขอนแก่นที่กลุ่มจ่านิว นั่งไปหาไผ่ ดาวดิน เลท อ้าง”ประตู-แอร์” เสีย

เมื่อเวลา 18.00 น. วันที่ 12 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่ากลุ่มพลเมืองโต้กลับจัดกิจกรรม “หอบรักมาห่มไผ่ รถไฟช้า…มาหานะเธอ” โดยเบื้องต้นนัดเจอกันที่สถานีรถไฟกรุงเทพ เพื่อรับตั๋วรถไฟฟรี ก่อนเดินทางด้วยรถไฟขบวน 133 มุ่งหน้าไปยังจ.ขอนแก่น โดยกำหนดเวลาเดินทางเวลา 20.45 น.ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จนถึงเวลานัดหมาย กลุ่มพลเมืองโต้กลับนำโดยจ่านิว สิรวิชย์ เสรีธิวัฒน์ นศ.ธรรมศาสตร์ มาถึงที่จุดขายตั๋ว และเปลี่ยนแผนจากรอนั่งรถไฟฟรี เป็นซื้อตั๋วโดยสารชั้น 2 เนื่องจากเกรงว่าจะถูกตัดตู้รถไฟเหมือนตอนที่นั่งไปอุทยานราชภักดิ์ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อถึงเวลา 20.45 น. ซึ่งเป็นกำหนดเดินทางของรถไฟขบวน 133 ปรากฎว่าไม่สามารถออกเดินทางได้ เนื่องจากมีประตู้โบกี้เสีย ต้องให้ช่างมาซ่อมใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง อย่างไรก็ตาม เมื่อซ่อมประตูเสร็จแล้ว ก็ระบุว่าตู้ปรับอากาศชั้น 1 เสีย ต้องใช้เวลาอีกอย่างน้อย 1 ชั่วโมงในการเปลี่ยนตู้ ทำให้กลุ่มผู้โดยสาร ที่มีทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติต่างงุนงงงไปตามๆกัน

ที่มา>>>ข่าวสด

พ่อสาวทอมเหยื่อแก๊งผู้กำกับอุ้มฆ่ายืนยัน รอยสักที่ศพตรงกับลูกสาว!

วันที่ 11 ม.ค. เวลาประมาณ 21.30 น. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณี พ.ต.อ.อำนวย พงษ์สวัสดิ์ ผกก.สภ.บ้านโป่ง จ.ราชบุรี ตกเป็นผู้ต้องหาคดีอุ้มน.ส.สุภัคสรณ์ พลไธสง อายุ 28 ปี ทอมสาว และล่าสุดเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบศพ น.ส.สุภัคสรณ์ พลไธสง ถูกฝังดินไว้ด้านหลังรีสอร์ตแห่งหนึ่ง ที่จ.กาญจนบุรี แล้วนั้น ล่าสุด นายบุญชู พลไธสง บิดาของผู้ตาย ชาวจ.สระแก้ว เดินทางมาที่สถานีตำรวจนครบาลหนองค้างพลู โดยนำเส้นผม ซึ่งเป็นดีเอ็นเอ ของน.ส.สุภัคสรณ์ มามอบให้เจ้าหน้าที่ก่อนนำไปเปรียบเทียบกับ ดีเอ็นเอ ศพที่เจ้าหน้าที่ขุดพบเมื่อช่วงหัวค่ำที่ผ่านมา ที่ ต.หนองหญ้า อ.เมือง จ.กาญจนบุรีโดยบิดาของน.ส.สุภัคสรณ์ ยืนยันว่า บริเวณแขนขวาของบุตรสาวมีรอยสักรูปวงกลม คล้ายกับรอยสักบนศพที่พบเมื่อช่วงค่ำที่ผ่านมา รวมถึงบริเวณรอยสักยันต์บริเวณหลังของบุตรสาวก็มีลักษณะคล้ายกันกับศพที่ถูกพบ ซึ่งตอนนี้ญาติบางส่วนได้เดินทางไปจ.กาญจนบุรี แล้ว ส่วนจะเป็นบุตรสาวของตัวเองหรือไม่ ยังไม่ขอเปิดเผยโดยหลังจากสอบปากคำและส่งมอบดีเอ็นเอให้กับเจ้าหน้าที่ ตัวเองจะเดินทางไปจ.กาญจนบุรีเพื่อดูศพที่ถูกขุดพบจะเป็นบุตรสาวของตัวเองหรือไม่

ที่มา>>>ข่าวสด

สะดุ้งเสียงดังโครม!! หกล้อจอดนอน กระโดดพรวดลงไปดู-ตกใจเจอศพหนุ่ม

เมื่อเวลา 05.00 น. วันที่ 11 ม.ค. เจ้าหน้าที่ ตร.สภ.เมืองสกลนคร รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุ จักรยานยนต์ ชนท้ายรถบรรทุกจอดนอนใกล้หน้าสถานีวิทยุ 909 ทางแยกเข้าสนามบิน อ.เมืองสกลนคร สกลนคร มีผู้เสียชีวิต 1 ราย ทราบชื่อ คือ นายระพีพงษ์ พรมพันธ์ อายุ 23 ปี อยู่หมู่ 1 บ้านเชียงเครือ ต.เชียงเครือ อ.เมือง จ.สกลนคร ขับขี่รถจักรยานยนต์ honda click สีแดงดำ ทะเบียน ขขร777 สกลนคร

จากการสอบถามทราบว่า ผู้ตายขับขี่ จยย.คันดังกล่าว มาจากบ้านเพื่อไปในเมือง คาดว่าจะไปทำงาน แต่เมื่อมาถึงที่เกิดเหตุเป็นแยกไฟแดง ทางเข้าสนามบิน จ.สกลนคร มีรถยนต์บรรทุก ที่จอดพักผ่อนริมทาง จึงได้ชนท้ายรถบรรทุก 6 ล้อ ทะเบียน 70-4819 จังหวัดขอนแก่น ซึ่งมาจากจังหวัดนครพนม จะไปจังหวัดขอนแก่น เพื่อซื้อและรับของที่สั่งไว้โดยคนขับรถบรรทุกแจ้งว่า เมื่อเดินทางมาถึงที่เกิดเหตุ เห็นรถบรรทุกจอดพักกันหลายคัน จึงได้แอบหลบจอดข้างทางพักเพื่อพักผ่อน แต่จู่ๆ ภรรยาได้ยินเสียงดังโครม เมื่อลงไปดูที่ท้ายรุถ ก็พบ จยย. มุดเข้าไปที่ใต้ท้องรถ ล้อหลังด้านขวา ก็ต้องตกใจ เมื่อมีคนนอนเสียชีวิตแล้ว จึงได้แจ้งสามี เพื่อแจ้งตร.และกู้ภัยฯ มาทำการช่วยเหลือต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ชาวอุดรแห่บูชาเจ้าแม่ตะเคียนยักษ์ หลังสวมชฎามาเข้าฝันให้ขุดขึ้นมาไว้วัด!

เมื่อเวลา 09.00 น.วันที่ 9 ม.ค. ผู้สื่อข่าวเดินทางสถานที่ก่อสร้างฝายน้ำล้นลำห้วยงาว บ้านแวง ม.6 ต.บ้านผือ อ.บ้านผือ จ.อุดรธานี ซึ่งเป็นโครงการสำหรับเก็บกักชะลอน้ำเพื่อการเกษตร ที่ชลประทาน เขต 5 อุดรธานี เป็นผู้รับผิดชอบ เพื่อป้องกันภัยแล้ง ซึ่งตั้งหัวงานอยู่ห่างจากหมู่บ้านแวง ไป 4 ก.ม. หลังจากทราบจากชาวบ้านว่ามีการขุดพบต้นตะเคียน อายุเกือบ 100 ปีเมื่อไปถึงพบต้นคะเคียนยักษ์ ที่คนขับรถแบ็กโฮขุดลอกลำห้วยงาว นำขึ้นมาไว้บนฝั่ง หลังจากขุดลึกประมาณ 4 เมตร ผู้รับเหมาจึงแจ้ง นายอาทิตย์ พรหมเทศ อายุ 46 ปี อดีตรองนายกอบต.บ้านผือ และ นางหยดย้อย เหลาแก้ว ผญบ.บ้านแวง มาตรวจสอบพร้อมกัน พบเป็นไม้ตะเคียน ยาวประมาณ 4 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 60 เซนติเมตร ก่อนเชิญไปเก็บรักษาไว้ที่วัดหลวงพ่อนาค หรือวัดโพธิ์ชัยศรี ต.บ้านผือ อ.บ้านผือ

ที่วัดหลวงพ่อนาค นายสุกัน โกทา อายุ 45 ปี ชาวบ้านแวง เปิดเผยว่า ตนเองเป็นผู้ปฏิบัติธรรม และเมื่อวันที่ 30 ธ.ค. 2559 ก่อนปีใหม่ได้นอนฝันไปว่ามีผู้หญิงแต่งชุดไทยโบราณสีแดง สวมชฎาสูง มาบอกว่าขอให้ไปอัญเชิญเจ้าแม่ศรีโสธรไปไว้ที่วัดหลวงพ่อนาค แต่ไม่ได้บอกว่าอยู่ที่ไหน หลังจากวันนั้นเป็นต้นมา ตนก็สอบภามไปตามหมู่บ้านต่างๆ แต่ก็ไม่มีใครรู้ จนกระทั่งเมื่อเมื่อวานวันที่ 8 ม.ค.ทราบข่าว มีการขุดพบต้นคะเคียนยักษ์ จึงเชื่อว่าต้นคะเคียนดังกล่าว คือเจ้าแม่ตะเคียนที่ชื่อว่า เจ้าแม่ศรีโสธร ที่มาเข้าฝันตนเองจากการที่ตนเองนั่งปฏิบัติทางธรรมก็ได้จิตสัมผัสว่า ต้นคะเคียนนั้นเป็นท่อน 4 ท่อน มีเจ้าแม่ตะเคียนสิงสถิตอยู่ทั้ง 4 ท่อน คือ ท่อนที่อัญเชิญไปไว้ที่วัดหลวงพ่อนาคชื่อ เจ้าแม่ศรีโสธร ท่อนที่ยาวที่สุดประมาณ 6 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 80 เซนติเมตร ชื่อ เจ้าแม่เสถียรตาทิพย์ ท่อนที่ยาว 4 เมตร เส้นผ่าศูนย์กลาง 60 เซนติเมตร ขื่อเจ้าแม่สร้อยแก้ว และอีกท่อนหนึ่งที่ยังจมอยู่ในลำห้วยใกล้ๆ กันที่บริเวณลำห้วย ชื่อเจ้าแม่กอบแก้ว

นางหยดย้อย เปิดเผยว่า เหตุการณ์ดังกล่าวถือว่าเป็นความเชื่อของชาวบ้าน โดยเฉพาะเป็นความเชื่อในเรื่องนี้ของชาวอีสาน ตนและตัวแทนชาวบ้านได้เข้าไปขอนมัสการท่านเจ้าคุณพระภาวนาวิมล (วฺ) เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ศรีชัย หรือ วัดหลวงพ่อนาค เพื่อประสานขออนุญาตนำเอาต้นตะเคียนยักษ์ที่ขุดพบมาเก็บรักษาเอาไว้ที่วัดตามที่ได้นำเอามาเก็บรักษาแล้วหนึ่งท่อน ซึ่งท่านเจ้าอาวาสก็ได้อนุญาตตามชาวบ้านขอ ทั้งนี้ชาวบ้านแวง จะร่วมกันนำเอาต้นตะเคียนยักษ์ที่เหลือไปเก็บรักษาเอาไว้ที่วัดหลวงพ่อนาคในวันที่ 13 ม.ค.นี้

ที่มา>>>ข่าวสด

แฉเหตุถังน้ำมันรถตู้รั่ว ทำให้ไฟคลอกเหยื่อ 25 ศพ

จากโศกนาฏกรรมสยองปีใหม่ กรณีรถตู้โดยสารสายกทม.-จันทบุรี หมายเลขทะเบียน 15-1352 กทม. ข้ามเลนพุ่งชนประสานงารถปิคอัพ หมายเลขทะเบียน 1ฒ 2483 กทม. ย่างสดผู้เสียชีวิต 25 ศพ บนถนนสาย 344 บ้านเนินหนองขนุน ม.1 ต.หนองอรุณ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ฝั่งขาเข้าระยอง เมื่อวันที่ 2 ม.ค.ที่ผ่านมาล่าสุดเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 6 ม.ค. พล.ต.อ.เฉลิมเกิยรติ ศรีวรขาน รองผบ.ตร. เดินทางมาโดย เฮลิคอปเตอร์ เพื่อติดตามเรื่องการสอบสวนสาเหตุที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุ เมื่อมาถึงได้เดินทางไปยังที่เก็บของกลาง สถานีตำรวจภูธรบ้านบึง โดยมีการจำลองลักษณะวันที่เกิดการชนกัน และได้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากกองพิสูจน์หลักฐาน(พฐ.) บรรยายการตรวจสอบตัวรถตู้จากการตรวจเบื้องต้น สันนิษฐานว่าสาเหตุที่ทำให้ไฟลุกไหม้น่าจะมาจากเชื้อเพลิงที่รั่วออกมาจากการกระแทกและทำให้ถังน้ำมันแตก ส่วนสาเหตุว่ารถตู้โดยสารข้ามเลนมาได้อย่างไร ต้องรอสอบพยานโดยละเอียดอีกครั้ง ซึ่งตอนนี้สอบพยานไปแล้ว 9 ราย ส่วนเรื่องคดียังไม่สามารถเปิดเผยได้รองผบ.ตร.เผยด้วยว่า ในการมาครั้งนี้มาติดตามถึงสาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุว่าสาเหตุที่แท้จริงคืออะไร ขณะนี้ให้ทางเจ้าหน้าที่ขนส่งตรวจสอบในเรื่องของเบรค, เพลา และโช๊คอัพของรถตู้โดยสารว่ามีส่วนทำให้เกิดอุบัติเหตุในครั้งนี้หรือไม่ หลังจากนั้นจะนำเอาข้อมูลทั้งหมดในภาพรวมมาสุปเพื่อหาสาเหตุแท้จริงว่าน่าจะเกิดจากอะไรต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

คลิประทึก! สาวขี่จยย.ฝ่ากระแสน้ำ ถูกซัดคว่ำ พลเมืองวิ่งเข้าช่วยทัน หวิดลอยตามน้ำ

สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ภาคใต้ขณะนี้ทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อย ล่าสุดสมาชิกเฟซบุ๊ก “Zeorn Srikarin‎” โพสต์คลิปเหตุการณ์ระทึกผ่านเพจ “YouLike (คลิปเด็ด)” เป็นเหตุการณ์เกิดขึ้นในพื้นที่ ต.นาพรุ อ.พระพรหม จ.นครศรีธรรมราช ภายในคลิปมีหญิงสาวคนหนึ่งขี่รถจยย.ลุยฝ่ากระแสน้ำที่กำลังไหลเชี่ยวท่ามกลางความมืด จู่ๆ ก็ถูกน้ำซัดจนรถล้ม และเกือบจะลอยตามน้ำไป โชคดีมีพลเมืองขับรถยนต์ผ่านมา จึงรีบจอดและเข้าไปช่วยหญิงสาวคนดังกล่าวออกมาได้ ก่อนที่จะช่วยกันลากรถจยย.ที่ล้มอยู่กลางน้ำออกมาได้อย่างปลอดภัย

ที่มา>>>ข่าวสด

แฉมีคนล้างคราบเลือดจุดเสี่ยโหดยิง 3 ศพ ผญบ.สุดสลดสูญเสียลูก 2 คน”ครูกิ๊ฟ-พี่ชาย”

จากเหตุการณ์สะเทือนขวัญ นายสมชาย หรือธนโชติ หรือเสี่ยน้อย เย็นใจ เจ้าของแพกุ้งโชคศิริชัย อ.กุยบุรี จ.ประจวบคีรีขันธ์ ใช้อาวุธปืนกระหน่ำยิงกลุ่มวัยรุ่นที่ขับปิกอัพเปิดเพลงเสียงดัง จนเป็นเหตุให้นายราเชนทร์ หรือป๊อบ ปราชญ์เปรื่อง อายุ 19 ปี หลานชายของผู้อำนวยการโรงเรียนกุยบุรีวิทยาเสียชีวิตคาที่ นอกจากนี้ยังมีผู้บาดเจ็บอีก 6 รายคือ นายสราวุธ แกมไทย อายุ 25 ปี น.ส.ทิพย์สลาลี หรือครูกิ๊ฟ แกมไทย อายุ 24 ปี นายศิริวัฒน์ แกมไทย อายุ 16 ปี น.ส.สาวิตรี คีรีนิล อายุ 25 ปี นายกรวิชญ์ พิมพ์ศักดิ์ อายุ 18 ปี และนายเกรียงไกร แต้ประเสริฐ อายุ 21 ปี ถูกยิงเข้าบริเวณลำตัวและศีรษะอาการสาหัส หลังเกิดเหตุนายธนโชติ หรือเสี่ยน้อย ได้พาครอบครัวหลบหนีออกจากบ้านไป หลังจากที่นำผู้บาดเจ็บเข้ารักษาตัวที่โรงพยาบาล ปรากฏว่านายสราวุธ ลูกชายผญบ. ทนพิษบาดแผลไม่ไหวเสียชีวิตลงอีกศพ จากนั้นตอน 4 โมงเย็น ได้รับแจ้งว่า น.ส.ทิพย์สลาลี หรือครูกิ๊ฟ แถมไทย อายุ 24 ปี ครูฝึกสอนซึ่งเป็นแฟนของนายราเชนทร์ได้เสียชีวิตอีกศพ ทำให้มีผู้เสียชีวิตรวม 3 ศพ คือนายราเชนทร์ หรือป๊อบ น.ส.ทิพย์สลาลี หรือครูกิ๊ฟ แฟนสาว และนายสราวุธ ส่วนผู้บาดเจ็บสาหัสมี 4 ราย 

เมื่อเวลา 13.00 น.วันที่ 4 ม.ค. นายธนกฤต แกมไทย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 ตำบลกุยเหนือ อำเภอกุยบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ได้เข้าพบพ.ต.ท.คมสันต์ มาศิริ รอง ผกก.สอบสวน สภ.กุยบุรี ร.ต.อ.บัญชา สุขกรง รอง สว.สอบสวน เพื่อให้ปากคำเพิ่มเติม เพื่อประกอบสำนวนการคดี ในฐานะผู้ใหญ่บ้าน และเป็นพ่อของนายสราวุธ แกมไทย อายุ 25 ปี และน.ส.ทิพย์สลาลี แกมไทย (ครูกิ๊ฟ) ครูฝึกสอนโรงเรียนกุยบุรีวิทยา ซึ่งเสียชีวิตทั้งคู่โดยก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสอบสวนได้เรียกผู้เกี่ยวข้อง ผู้เห็นเหตุการณ์ และ ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ รวมทั้งญาติผู้เสียชีวิตมาสอบปากคำไปแล้วจำนวนหลายปากจนนำไปสู่การออกหมายจับ คดีอาญา จากศาลจังหวัดประจวบคีรีขันธ์ ที่ 1/2560 ลงวันที่ 3 ม.ค.2560 ให้จับกุมตัวนายสมชาย หรือน้อย เย็นใจ ในข้อหาฆ่าผู้อื่นตายโดยเจตนา และพยายามฆ่าผู้อื่น

ครูกิ๊ฟกับนายสราวุธ ลูกสาวและลูกชายของนายธนกฤต แกมไทย

พ.ต.อ.สุชิน กิจกสิกร ผกก.สภ.กุยบุรี ได้จัดประชุมชุดสอบสวน สืบสวน ปราบปราม จัดแบ่งหน้าที่ โดยให้ชุดสอบสวนหาพยานเพิ่มเติมที่เกี่ยวข้องมาให้ปากคำ และสอบปากคำเพิ่มเติมผู้เกี่ยวข้องเพื่อเอาผิดกับผู้ต้องหาอย่างเต็มที่ เนื่องจากเป็นคดีอุกฉกรรจ์ที่มีประชาชนให้ความสนใจ ส่วนฝ่ายสืบสวนได้ออกติดตามตัวนายสมชาย ตามสถานที่ต่างๆทั้งในจังหวัดประจวบฯ และ จังหวัดใกล้เคียงที่คาดว่าจะหลบหนีไปอาศัยอยู่ ส่วนชุดปราบปรามได้ติตามอาวุธปืนที่ก่อเหตุเพื่อเทียบเคียงกับอาวุธปืนที่ใช้ในการกระทำผิด โดยให้มีการรายงานความคืบหน้าทุกชุดปฏิบัติการตลอด 24 ชั่วโมงต่อมาวันเดียวกัน นายธนกฤต แกมไทย ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 9 ตำบลกุยเหนือ ซึ่งเป็นพ่อของนายสราวุธ และน.ส.ทิพย์สลาลี หรือครูกิ๊ฟ ได้นำผู้สื่อข่าวเดินทางไปดูที่เกิดเหตุที่นายมมชาย หรือเสี่ยน้อยรัวยิงลูกชายลูกสาวตาย 2 ศพและมีผู้บาดเจ็บหลายคน ปรากฏว่ามีมือดีลอบเผาคราบเลือดในที่เกิดเหตุหลายจุด ซึ่งอยู่บนถนนหน้าบ้านนายสมชายผู้ต้องหา ซึ่งเชื่อว่าเป็นการทำลายหลักฐาน พร้อมกล่าวที่จะต่อสู้ขอความยุติธรรมให้กับลูกทั้งสองคนจนถึงที่สุดนอกจากนี้ยังมีญาติของผู้เสียชีวิตทั้ง 3 ศพคือนายสราวุธ น.ส.ทิพย์สลาลี หรือครูกิ๊ฟ 2 พี่น้อง และนายราเชนทร์ แฟนหนุ่มของครูกิ๊ฟ ได้มาจุดธูปเชิญวิญญาณผู้ตายทั้ง 3 บริเวณจุดที่ถูกยิงตาย

ที่มา>>>ข่าวสด

“อยากกลับบ้านพร้อมกัน” หนุ่มบิ๊กไบก์โต้หลังถูกถ่ายคลิปด่า ขี่บิ๊กไบก์ดันรถเพื่อนที่เสีย

หลังมีการแชร์ในโลโซเชียลถึงคลิปวิดีโอเหตุการณ์ขณะที่บิ๊กไบก์ 2 คัน กำลังช่วยกันดันรถบิ๊กไบก์อีกคันที่เกิดเสียขึ้นมากระทันหัน โดยผู้ที่ถ่ายได้พูดจาไปในทางเสียหายถึงความมักง่ายของกับกลุ่มบิ๊กไบก์ดังกล่าวล่าสุด สมาชิกเฟซบุ๊ก “วุฒิชัย เรืองเสน” ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้ที่ขี่บิ๊กไบก์ดันรถบิ๊กไบก์ของเพื่อนในคลิปได้โพสต์โต้ตอบกลับมาว่า ที่ต้องดันรถเพื่อนเพราะรถเพื่อนเสีย แทนที่จะถามว่ารถเป็นอะไรหรือช่วยเหลือ กลับถ่ายคลิปแล้วด่าและแช่งพวกเรา ส่วนที่ต้องดันรถเพื่อนเพราะเพียงเพื่อจะได้กลับบ้านพร้อมกัน เพื่อนกันไม่ทิ้งกันเขาเรียกว่ามักง่ายเหรอ!

ที่มา>>>ข่าวสด

ภาพนาทีสลด จนท.ช่วยดึงร่างดช. 3 ขวบออกจากซากรถตู้ แต่หนูน้อยสิ้นใจแล้ว

จากเหตุการณ์สลดเกิดอุบัติเหตุตายหมู่สยองส่งท้ายปีใหม่ที่ชลบุรี รถตู้สาย กทม.-จันทบุรี คาดคนขับหลับในข้ามเลนพุ่งชนประสานงารถกระบะ ย่างสดเสียชีวิต 23 ศพ ที่เกิดเหตุบนถนนสาย 344 ม.1 ต.หนองอิรุณ อ.บ้านบึง จ.ชลบุรี ฝั่งขาเข้าระยอง

เจ้าหน้าที่กู้ภัยสว่างบ้านบึงพร้อมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ้านบึง รุดไปที่เกิดเหตุ พบไฟกำลังรุกโหมรถตู้โดยสาร สายกทม.-จันทบุรี หมายเลขทะเบียน 15-1352 กทม. ที่ชนอัดก็อปปี้กับรถกระบะ หมายเลขทะเบียน 1ฒ 2483 กทม. สภาพรถทั้งสองคันพังยับเยิน เจ้าหน้าที่ต้องเร่งดับไฟและนำผู้บาดเจ็บที่มากับรถกระบะ 2 คนส่งโรงพยาบาล เบื้องต้นพบผู้โดยสารพร้อมคนขับรถตู้ถูกไฟไหม้เสียชีวิตทั้งหมด 14 ศพ ส่วนผู้โดยสารในรถกระบะเสียชีวิตกว่า 10 ศพผู้สื่อข่างรายงานว่า ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยเข้าไปฉีดน้ำดับเพลิงที่ลุกไหม้รถตู้อยู่นั้น ได้เข้าไปช่วยดึงร่างเด็กชายวัย 3 ขวบออกมาจากซากรถตู้ แต่ต้องสุดสลดเพราะหนูน้อยสิ้นใจตายไปก่อนหน้าแล้ว ขณะที่ยอดผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 25 ศพแล้ว


ที่มา>>>ข่าวสด