“ระวังนรกถามหา”..คนไทยรุมด่า “โรนัลโด้” โพสต์รูปเหยียบฐานเศียรพุทธรูป

กลายเป็นกระแสดราม่าในเมืองไทย เมื่อนักเตะระดับโลกอย่าง “คริสเตียโน่ โรนัลโด้” โพสต์ในอินสตาแกรม @Cristiano ซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 79 ล้านคนทั่วโลก เป็นภาพยืนคู่กับเศียรพระพุทธรูปพร้อมกับเหยียบบริเวณขอบปูนด้านหน้า ด้วยแคปชั่นว่า “Bom dia” แปลว่า “สวัสดีตอนเช้า”%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b9%89111ปรากฏว่ามีคนไทยที่รับไม่ได้กับพฤติกรรมของนักเตะคนดังที่ไม่เหมาะสมอย่างยิ่ง เพราะลบหลู่พระพุทธศาสนา โดยมีคนเข้าไปแสดงความเห็นว่า “Fuck you!!!!! ระวังนรกถามหา” , “น่าเกียจ” หรือ “นรกกินขา…วางเท้าบนเศียรพระ” และ “คุณไม่ควรทำแบบนี้เพราะเป็นการทำร้ายความรู้สึกชาวพุธทั่วโลกโดยเฉพาะคนไทย!!!”

%e0%b9%84%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%9f%e0%b8%ab%e0%b8%81%e0%b8%9f

%e0%b9%82%e0%b8%94%e0%b9%891222

ที่มา>>>ข่าวสด

ประชาชนขึ้นรถบัสลอนดอน-รถรางที่วิ่งบริการ 9 จุดสู่ท้องสนามหลวง

วันที่ 19 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรุงเทพมหานคร โดยสำนักวัฒนธรรมฯ ได้จัดรถ shuttle bus เพื่อรับส่งประชาชนมาสู่บริเวณสนามหลวง 4 คัน ประกอบด้วย รถรางชั้นเดียว 2 คัน รถลอนดอนบัส 2 ชั้น 2 คัน สำหรับจุดรับ-ส่ง มี 9 จุด ดังนี้201610191818581-201103161418251.สวนสันติพร (กองสลากเดิม)
2.อนุสาวรีย์ประชาธิปไตย(รร.สตรีวิทยา)
3.ผ่านฟ้า
4.ร้านสกายไฮ
5.ศาลหลักเมือง
6.สวนเจ้าเชษฐ์
7.สนามหลวง
8.อนุสาวรีย์ทหารอาสา
9.กองการท่องเที่ยว ใต้สะพานปิ่นเกล้า201610191820014-20110316141825201610191819005-20110316141825

ที่มา>>>ข่าวสด

ผบช.น.เผยตีเส้นเหลืองช่วยจราจรคล่องตัว ขอปชช.อย่าล้ำ แนะใช้บริการรถสาธารณะ

เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 19 ต.ค. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. กล่าวถึงการอำนวยความสะดวกด้านการจราจร และดูความปลอดภัยประชาชนบริเวณรอบพระบรมมหาราชวัง ที่จะเข้าถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชว่า เป้าหมายสูงสุดคือความสะดวก ปลอดภัย ไม่เดือดร้อน โดยความสะดวกการจราจรต้องสะดวกคล่องตัว หรือต้องติดขัดไม่มากs__3866717ส่วนความปลอดภัยต้องปลอดภัยในชีวิตทรัพย์สินและไม่เดือดร้อนนั้น คือมาตรการที่ทางบช.น.กำหนด ต้องไม่เป็นภาระ ยกตัวอย่างการปิดถนนจะไม่ทำให้ประชาชนเดือดร้อนโดยเด็ดขาด ต้องบริหารให้ได้ระหว่างการจราจรที่สะดวก และไม่ให้เกิดความเดือดร้อนกับประชาชน ขอให้พี่น้องประชาชนมาเข้าร่วมพระราชพิธีพระบรมศพได้ แต่หากการเดินทางมายากลำบากก็ได้จัดโต๊ะเพื่อลงนามไว้อาลัยถวายบังคม พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ไว้แล้ว ทั้งหมด 88 สถานีตำรวจ 13 กองบังคับการ 1 กองบัญชาการคือบช.น. รวมถึงยังมีที่ทำการเขตกรุงเทพมหานคร 50 เขต จัดพื้นที่ทำให้พี่น้องประชาชนมีช่องทางอีกช่องทางหนึ่งs__102490118พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นที่ห่วงใยคือยานพาหนะ ยกตัวอย่างหากพี่น้องประชาชนมา 20,000 คน เอารถยนต์มา 10,000 คัน เพียงแค่ครึ่งเดียว อาจจะทำให้บริเวณรอบสนามหลวงที่สามารถรับรถบริเวณโดยรอบได้ประมาณ 1,000 คัน เกิดการจราจรติดขัด เพราะฉะนั้นฝากไปยังพี่น้องประชาชน โดยประสานผ่านสื่อมวลชนแจ้งจุดจอดรถรับส่งสาธารณะไว้ และเส้นทางสัญจรอื่น ให้พี่น้องประชาชนรับทราบช่องทางในการเดินทางมายังบริเวณพื้นที่ท้องสนามหลวง

นอกจากนี้ หากต้องการสอบถามเส้นทางขอให้โทรมายังเบอร์ 1197 จะมีโอเปอร์เรเตอร์ประมาณ 20 คู่สาย คอยให้บริการตอบคำถามในการเดินทาง ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ในหลวงในพระบรมโกศเสด็จสวรรคตด้วยพระบารมี คดีลักวิ่งชิงปล้นไม่มี ลวงกระเป๋ากรีดกระเป๋าไม่มี แต่ด้วยความไม่ประมาทก็ได้สั่งการกระจายกำลังจัดไว้บริเวณโดยรอบเพื่อดูแลความปลอด ส่วนกิจกรรมการร้องเพลงถวายบังคมในเวลา 13.00 น. วันที่ 22 ต.ค.นี้ ได้ประสานให้รองผบก.จร. ดำเนินการดังกล่าวแล้ว

ส่วนกรณีเส้นสีเหลืองที่มีการตีเส้นบริเวณโดยรอบเส้นทางที่ไปยังสนามหลวงนั้น พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า การตีเส้นสีเหลืองเป็นตัวแทนของแผงเหล็ก ที่แต่เดิมนำมาใช้ปิดกั้นไม่ให้พี่น้องประชาชนเดินผ่านไปมา แต่การดำเนินการดังกล่าวหากนำแผงเหล็ก กรวยยาง หรือแบริเออร์มาวางกั้น ทำให้ดูไม่เหมาะสม จึงใช้เส้นสีเหลืองดังกล่าวเป็นสัญลักษณ์กว้างประมาณ 20 เซนติเมตร คู่ขนานบนถนนบริเวณโดยรอบเส้นทางการจราจรตั้งแต่บริเวณอนุสาวรีย์ประชาธิปไตย ผ่านถนนราชดำเนินกลาง แยกผ่านพิภพลีลา ถนนราชดำเนินใน เลี้ยวขวาไปยังถนนหน้าพระลาน ตรงไปถนนสนามไชย ถึงแยกวงเวียนรด. เลี้ยวขวาไปยังบริเวณหน้าประตูวิเศษชัยศรี พระบรมมหาราชวัง และจะมีเส้นเหลืองต่อไปอีกถึงบริเวณถนนหน้าพระธาตุ โดยจะใช้ในช่วง 1 ปี

ทั้งนี้ หากมีการขอความร่วมมือก็จะให้พี่น้องประชาชนอยู่หลังเส้นเหลือง ช่วยทำให้ช่องทางเดินรถในเวลาปฏิบัติภารกิจพิเศษ ทำให้ยานพาหนะเคลื่อนตัวได้ดีขึ้น เมื่อมีเหตุใช้ช่องทางฉุกเฉิน อย่างไรก็ตาม ฝากไปยังประชาชนที่มีจิตอาสาบริการรับส่งของ หรือประชาชาชนขอให้ไปขึ้นทะเบียน เพื่อไม่ให้รุกล้ำบริเวณพื้นถนน ให้ไปขึ้นทะเบียนที่ประตูวิเศษไชยศรีหรือสน.ชนะสงคราม หรือสน.ใกล้เคียง โดยจะสั่งการเพิ่มเติมต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

นัดรวมพลังร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี ทีมท่านมุ้ยเตรียมบันทึกเสียง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในโลกโซเชี่ยลมีการส่งต่อข้อความว่า “ขอเชิญ พสกนิกรชาวไทย รวมพลัง เพื่อ “พ่อหลวง“ร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี” ให้ก้องโลก ถวาย “ในหลวง ร.9” เสาร์นี้ 22 ตค.59 โดย “ท่านมุ้ย” จะบันทึกเสียง ทำเพลงสรรเสริญฯ เพื่อนำไปฉายทุกโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ และสถานีโทรทัศน์ต่างๆ ด้วย

โดยสำนักโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและ กองทัพบก ได้รับการประสานว่า ใน วันเสาร์ที่ 22 ตุลาคมนี้ เวลา 13.00 น. ณ บริเวณ ถนน หน้าพระลาน กำเเพงพระบรมมหาราชวัง จะมีการปิดการจราจร เพื่อร้องเพลง “สรรเสริญพระบารมี” ถวายแด่ในหลวง รัชกาลที่ 9

โดยมี วงออเคสร้าตร้า 100 ชิ้น จาก Siam Philharmonic Orchestra และคอรัส 100 คน และมี “อ.สมเถา สุจริตกุล” เป็นวาทยากร โดยจะมีการบันทึกเสียงเพลงที่ประชาชนร้องแบบ สดๆ ณ บริเวณท้องสนามหลวง บันทึกภาพ และ ถ่ายทำโดย ทีมท่านมุ้ย ม.จ.ชาตรีเฉลิม ยุคล โดยวีดีโอนี้จะนำไปฉายทุกโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ และสถานีโทรทัศน์ต่างๆ งานนี้ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆทั้งสิ้น ทำด้วยใจของประชาชน ทีมงาน และผู้สนับสนุน

จึงขอเชิญพี่น้องคนไทยรวมพลังกันเปล่งเสียง เพื่อสดุดีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พระองค์ผู้เป็นที่รักเเละเคารพสักการะของปวงชนชาวไทย โดยขอให้ เเต่งกายสีดำ สุภาพ รองเท้าสุภาพ พบกันวันเสาร์นี้ก่อน 13.00 น. ที่หน้าพระลาน พระบรมมหาราชวัง”

ที่มา>>>ข่าวสด

ล่าระทึก!! 2 เอเย่นต์ยาบ้า ซิ่งปิกอัพฝ่าวงล้อม ก่อนคว่ำตกร่องกลางถนน ถูกรวบได้ทั้งคู่

วันที่ 18 ต.ค. พ.ต.ท.จิราเจตย์ ชิตพลู รอง ผกก.สืบสวน สภ.มะขาม จ.จันทบุรี สืบทราบว่านายสุชาติ พูลทรัพย์ อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที 121 หมู่ 5 ต.วังตะเคียน อ.เขาสมิง จ.ตราด และนายกฤษณ์ กล่อมเจริญ อายุ 24 ปี อยู่บ้านเลขที่ 45 /8 หมู่ 3 ต.ด่านชุมพล อ.บ่อไร่ จ.ตราด มีพฤติกรรมเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดให้วัยรุ่นในพื้นที่ จึงวางแผนล่อซื้อยาบ้าจากทั้ง 2 คน โดยนัดหมายส่งมอบกันที่บ้านท่าหลวงบน หมู่ 1 ต.ท่าหลวง อ.มะขาม จ.จันทบุรีdsc_0025เมื่อถึงเวลานัดหมายก็พบทั้ง 2 คนขับรถกระบะอีซูซุ สีบรอนซ์ทอง หมายเลขทะเบียน บธ 2261 จันทบุรี มายังตามนัด แล้วส่งยาบ้าให้กับสายลับ เจ้าหน้าที่ที่ซุ่มโปร่งอยู่จึงแสดงตัวเข้าจับกุม แต่ทั้ง 2 คน เกิดไหวตัวทัน เร่งเครื่องยนต์แหกวงล้อมของตำรวจหลบหนีไปทางถนนทางหลวงสาย 317 จันทบุรี-สระแก้ว ขาออกเมือง เจ้าหน้าที่จึงไล่ติดตามไป กระทั่งถึงบริเวณหน้าบ้านพักนายอำเภอมะขาม รถกระบะของคนร้ายเกิดเสียหลักพลิกคว่ำลงร่องกลางถนน จนล้อชี้ฟ้า ส่วนทั้ง 2 คนได้พยายามคลานหนีออกจากรถแล้ววิ่งเข้าไปในป่าหนองตะพอง ภายในซอยหอมราษฎร์บูรณะ 3

เจ้าหน้าที่จึงกระจายกำลังไล่ล่าและปิดล้อมตามเส้นทาง จนสามารถจับกุมตัวนายสุชาติ ซึ่งได้รับบาดเจ็บนอนหมดสติอยู่ในป่า ส่วนนายกฤษณ์ ถูกจับกุมได้บริเวณถนนสาย 317 บริเวณบ้านคลองทราย ต.มะขาม จึงควบคุมตัวนายสุชาติ ส่งโรงพยาบาล แล้วนำตัวนายกฤษณ์ มาสอบปากคำ จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงตรวจสอบภายในรถกระบะก็พบยาบ้า 20 เม็ด จึงยึดไว้เป็นหลักฐาน

จากการสอบสวนผู้ต้อหาให้การรับสารภาพว่า รับยาบ้าจำนวน 40 เม็ด มาจากเอเยนต์คนหนึ่งไม่ทราบชื่อ ในราคาเม็ดละ 100 บาท นำมาขายให้กับลูกค้าเม็ดละ 150 บาท กระทั่งมาถูกจับกุมได้ดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหามียาเสพติดให้โทษประเภท 1 (ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายและจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย ก่อนควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวน ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

มาดูตราสัญลักษณ์ และสีประจำที่แตกต่างกันของแต่ละพระองค์

  ถือว่ารู้ไว้เป็นศรีแก่ตัว อย่างที่ทราบกันดีราชวงศ์ไทย์มีตราสัญลักษณ์ประจำของแต่ละพระองค์ เพื่อให้ไม่เกิดความสับสน เรามาดูกันว่า ตราสัญลักษณ์ สี ประจำของแต่ละพระองค์เป็นแบบไหนกันบ้าง

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ตราสัญลักษณ์ “ภปร” สีประจำพระองค์ “สีเหลือง”

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

ตราสัญลักษณ์ “สก” สีประจำพระองค์ “สีฟ้า”

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร

ตราสัญลักษณ์ “มวก” สีประจำพระองค์ “สีเหลือง”

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

ตราสัญลักษณ์ “สธ” สีประจำพระองค์ “สีม่วง”

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์อัครราชกุมารี

ตราสัญลักษณ์ “จภ” สีประจำพระองค์ “สีส้ม”

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี

ตราสัญลักษณ์ “อร” สีประจำพระองค์ “สีแดง”

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลีพระวรราชาทินัดดามาตุ

ตราสัญลักษณ์ “สล” สีประจำพระองค์ “สีม่วง”

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา

ตราสัญลักษณ์ “พภ” สีประจำพระองค์ “สีส้ม”

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์

ตราสัญลักษณ์ “สร” สีประจำพระองค์ “สีส้ม”

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ

ตราสัญลักษณ์ “ทป” สีประจำพระองค์ “สีฟ้า”

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์

ตราสัญลักษณ์ “สภ” สีประจำพระองค์ “สีฟ้า”

ที่มา>>>Jarm

ตายเกลื่อน 4 ศพ! ชาวบ้านลอบขุดทองถ้ำเขาพนมพา สูดแก๊สพิษดับอนาถ สาหัสอีก 2

เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 17 ต.ค. ร.ต.อ.วันชัย พันธุ์วิจิตร รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.วังทรายพูน จ.พิจิตร รับแจ้งเหตุมีประชาชนที่แอบลักลอบเข้าไปขุดหาแร่ทองคำในอุโมงค์ขาดอากาศหายใจ มีคนบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก ที่บริเวณเหมืองแร่ทองคำเขาพนมพา หมู่ 7 ต.หนองพระ อ.วังทรายพูน จ.พิจิตร จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบก่อนรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัยพิจิตร201610171847182-20041020141203ที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตติดอยู่ภายในอุโมงค์ 1 ราย ยังไม่ทราบชื่อ นอกจากนี้ยังมีผู้บาดเจ็บสาหัส 5 ราย นอนเรียงรายอยู่ในอุโมงค์ เจ้าหน้าตำรวจ ทหาร กู้ภัย และฝ่ายปกครอง เกือบ 100 นาย ได้ช่วยกันนำร่างผู้บาดเจ็บทั้ง 5 ราย ออกมาได้อย่างทุลักทุเลเนื่องจากมีแก๊สพิษที่เกิดจากควันเป็นจำนวนมาก ซึ่งใช้เวลนาน กว่า 2 ชั่วโมง จึงนำร่างผู้บาดเจ็บทั้ง 5 ราย ออกมาได้ ส่วนผู้เสียชีวิตอีก 1 ราย ยังไม่สามารถนำร่างออกมาได้ เนื่องจากภายในอุโมงค์มีแก๊สพิษสะสมและอยู่ลึงถึง 15 เมตร ก่อนส่งตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลวังทรายพูน แต่ปรากฎว่าผู้บาดเจ็บเกิดเสียชีวิตเพิ่มเติมอีก 3 ราย ทราบชื่อคือ.นายประสิทธิ์ พิจิตรศิริ อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 23/1 หมู่ 7 ต.หนองพระ อ.วังทรายพูน นายอำนาจ หรุ่นขำ อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 44 หมู่ 1 ต.หนองพระ อ.วังทรายพูน และ นายประเสริฐ โพธิ์ทอง อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2/1 หมู่ 7 ต.หนองพระ อ.วังทรายพูน126365ส่วนผู้บาดเจ็บอยู่ในอาการสาหัส 2 ราย ทราบชื่อคือ นายประทวน จันทร์เจ็ก อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2/3 หมู่ 5 ต.หนองพระ อ.วังทรายพูน และนายธีรยุทธ เมืองคำมูล อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 234 หมู่ 7 ต.ทรายขาว อ.พาน จ.เชียงราย126363จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุมีผู้แอบลักลอบเข้าไปขุดทองที่เขาพนมพาตั้งแต่เช้าเป็นจำนวนมาก โดยกลุ่มผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ ได้แอบลักลอบเข้าไปขุดบริเวณเชิงเขาเป็นอุโมงค์ และเป็นแนวนอนลึกมากกว่า 15 เมตร จากนั้นได้จุดคบเพลิงเพื่อให้เกิดแสงสว่าง จนเป็นเหตุให้ขาดอากาศหายใจ เนื่องจากการสะสมของแก๊สพิษ จนทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว

ด้านนายวีระศักดิ์ วิจิตรแสงสี ผวจ.พิจิตร เปิดเผยว่า ได้รายงานให้ทางกระทรวงรับทราบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแล้ว ซึ่งเรื่องนี้ทางจังหวัดกำลังหามาตรการในการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก ซึ่งในเบื้องต้นทราบมาว่า มีผู้เสียชีวิตแล้ว 4 ราย บาดเจ็บ 2 ราย สาเหตุเนื่องจากผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตนั้นขาดอากาศหายใจ เพราะขุดลึกเข้าไปในอุโมงค์มากกว่า 15 เมตร หลังจากนี้ต้องหาวิธีการในการป้องไม่ให้ผู้ที่แอบลักลอบเข้ามาขุดทองที่เขาพนมพาแห่งนี้อีก นอกจากนี้ตนไม่ทราบว่ามีการปล่อยให้แอบลักลอบขุดได้อย่างไร ทำไมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงไม่ดูแล ต่อไปนี้หากยังมีประชาชนแอบลักลอบเข้าไปขุดหาแร่ทองคำ หน่วยงานนั้นจะต้องออกมารับผิดชอบถือว่าละเว้น

อย่างไรก็ตามเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางจังหวัดได้สั่งการให้ทางเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ รวมทั้ง อส. ปิดทางเข้า-ออกบริเวณเขาพนมพา เพื่อป้องกันการแอบลักลอบเข้ามาขุดทองที่เขาพนมพาอีก โดยจะเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหามาตรการในการป้องกันอย่างเข้มงวดต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ไปรษณียบัตร “ในหลวงในพระบรมโกศ” ทรงเขียนถึงสมเด็จย่า “เล็กคิดถึงมาก..”

ขณะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ทรงพระเยาว์ พระองค์ประทับที่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ร่วมกับพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนา พระมหากษัตริย์ทั้งสองพระองค์เคยทรงเขียนและส่งไปรษณียบัตรกลับมาทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า พระอัยยิกาหรือสมเด็จย่าของทั้งสองพระองค์ ที่กรุงเทพcu0yzgzukaapbzbcu0yzgvuiaebaqacu0yzg_uiainlpkไปรษณียบัตรดังกล่าวเป็นสิ่งล้ำค่าที่หาดูได้ยาก สะท้อนความรักและความผูกพันระหว่างพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศและสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า แม้ในขณะที่ทรงพระเยาว์cu1fjelviaaegxacu1fjd_viaadvdqcu1fjebuiaadpv1

ที่มา>>>ข่าวสด

น่าอัศจรรย์ยิ่ง! คลิปแสงสีทองพาดผ่านพระบรมหาราชวังช่วงเคลื่อนพระบรมศพ

เป็นคลิปที่มียอดคนดูเกือบล้านวิวแล้ว สำหรับคลิปแสงสีทองที่พาดผ่านเหนือพระบรมมหาราชวัง โดยคุณ Be Strong เอาชนะความไม่ได้ดั่งใจ by Pat PJ  และ พัชณิกานต์ พัช  ได้โพสต์คลิปนี้ในเฟซบุ๊ค แล้วระบุว่า “ขณะที่รอส่งรถเคลื่อนย้ายพระบรมศพกลับ ก็บังเกิดมีแสงสีทองพาดผ่านจากพระบรมหาราชวังมาทางวัดพระแก้ว ในเวลา ๑๘.๐๙ น.พอดี ช่างเป็นที่น่าอัศจรรย์ยิ่งนัก”

ที่มา>>>ข่าวสด

บทพระราชนิพนธ์ประวัติศาสตร์ “พระบรมฯ” เขียนถึง “พระเทพฯ” น้องน้อยของพี่ชาย

วันที่ 15 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกโซเชียลแชร์บทพระราชนิพนธ์ของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ที่ทรงเขียนถึง สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระชนมายุครบ 3 รอบ เมื่อวันที่ 2 เม.ย. 2534 โดยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงระบุว่า ปีนี้ชาวไทยจัดงานฉลองที่สมเด็จพระเทพฯ ครบ 3 รอบ จึงทรงอยากทำอะไรเพื่อสมเด็จพระเทพฯ นับเป็นอีกหนึ่งบทพระราชนิพนธ์ทรงคุณค่าของชาวไทย
11213141

ภาพจากหนังสือ ปิยชาติสยามบรมราชกุมารี “ดาวประจำเมือง” และศูนย์สารสนเทศ สำนักราชเลขาธิการ

ที่มา>>>ข่าวสด