มาดูตราสัญลักษณ์ และสีประจำที่แตกต่างกันของแต่ละพระองค์

  ถือว่ารู้ไว้เป็นศรีแก่ตัว อย่างที่ทราบกันดีราชวงศ์ไทย์มีตราสัญลักษณ์ประจำของแต่ละพระองค์ เพื่อให้ไม่เกิดความสับสน เรามาดูกันว่า ตราสัญลักษณ์ สี ประจำของแต่ละพระองค์เป็นแบบไหนกันบ้าง

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ตราสัญลักษณ์ “ภปร” สีประจำพระองค์ “สีเหลือง”

สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ

ตราสัญลักษณ์ “สก” สีประจำพระองค์ “สีฟ้า”

สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร

ตราสัญลักษณ์ “มวก” สีประจำพระองค์ “สีเหลือง”

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี

ตราสัญลักษณ์ “สธ” สีประจำพระองค์ “สีม่วง”

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าจุฬาภรณ์วลัยลักษณ์อัครราชกุมารี

ตราสัญลักษณ์ “จภ” สีประจำพระองค์ “สีส้ม”

ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี

ตราสัญลักษณ์ “อร” สีประจำพระองค์ “สีแดง”

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลีพระวรราชาทินัดดามาตุ

ตราสัญลักษณ์ “สล” สีประจำพระองค์ “สีม่วง”

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา

ตราสัญลักษณ์ “พภ” สีประจำพระองค์ “สีส้ม”

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์

ตราสัญลักษณ์ “สร” สีประจำพระองค์ “สีส้ม”

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ

ตราสัญลักษณ์ “ทป” สีประจำพระองค์ “สีฟ้า”

พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์

ตราสัญลักษณ์ “สภ” สีประจำพระองค์ “สีฟ้า”

ที่มา>>>Jarm

ตายเกลื่อน 4 ศพ! ชาวบ้านลอบขุดทองถ้ำเขาพนมพา สูดแก๊สพิษดับอนาถ สาหัสอีก 2

เมื่อเวลา 17.00 น.วันที่ 17 ต.ค. ร.ต.อ.วันชัย พันธุ์วิจิตร รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.วังทรายพูน จ.พิจิตร รับแจ้งเหตุมีประชาชนที่แอบลักลอบเข้าไปขุดหาแร่ทองคำในอุโมงค์ขาดอากาศหายใจ มีคนบาดเจ็บและเสียชีวิตจำนวนมาก ที่บริเวณเหมืองแร่ทองคำเขาพนมพา หมู่ 7 ต.หนองพระ อ.วังทรายพูน จ.พิจิตร จึงรายงานให้ผู้บังคับบัญชาทราบก่อนรุดไปตรวจสอบพร้อมเจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัยพิจิตร201610171847182-20041020141203ที่เกิดเหตุพบผู้เสียชีวิตติดอยู่ภายในอุโมงค์ 1 ราย ยังไม่ทราบชื่อ นอกจากนี้ยังมีผู้บาดเจ็บสาหัส 5 ราย นอนเรียงรายอยู่ในอุโมงค์ เจ้าหน้าตำรวจ ทหาร กู้ภัย และฝ่ายปกครอง เกือบ 100 นาย ได้ช่วยกันนำร่างผู้บาดเจ็บทั้ง 5 ราย ออกมาได้อย่างทุลักทุเลเนื่องจากมีแก๊สพิษที่เกิดจากควันเป็นจำนวนมาก ซึ่งใช้เวลนาน กว่า 2 ชั่วโมง จึงนำร่างผู้บาดเจ็บทั้ง 5 ราย ออกมาได้ ส่วนผู้เสียชีวิตอีก 1 ราย ยังไม่สามารถนำร่างออกมาได้ เนื่องจากภายในอุโมงค์มีแก๊สพิษสะสมและอยู่ลึงถึง 15 เมตร ก่อนส่งตัวผู้บาดเจ็บส่งโรงพยาบาลวังทรายพูน แต่ปรากฎว่าผู้บาดเจ็บเกิดเสียชีวิตเพิ่มเติมอีก 3 ราย ทราบชื่อคือ.นายประสิทธิ์ พิจิตรศิริ อายุ 57 ปี อยู่บ้านเลขที่ 23/1 หมู่ 7 ต.หนองพระ อ.วังทรายพูน นายอำนาจ หรุ่นขำ อายุ 44 ปี อยู่บ้านเลขที่ 44 หมู่ 1 ต.หนองพระ อ.วังทรายพูน และ นายประเสริฐ โพธิ์ทอง อายุ 52 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2/1 หมู่ 7 ต.หนองพระ อ.วังทรายพูน126365ส่วนผู้บาดเจ็บอยู่ในอาการสาหัส 2 ราย ทราบชื่อคือ นายประทวน จันทร์เจ็ก อายุ 35 ปี อยู่บ้านเลขที่ 2/3 หมู่ 5 ต.หนองพระ อ.วังทรายพูน และนายธีรยุทธ เมืองคำมูล อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 234 หมู่ 7 ต.ทรายขาว อ.พาน จ.เชียงราย126363จากการสอบสวนเบื้องต้นทราบว่า ก่อนเกิดเหตุมีผู้แอบลักลอบเข้าไปขุดทองที่เขาพนมพาตั้งแต่เช้าเป็นจำนวนมาก โดยกลุ่มผู้เสียชีวิตและผู้บาดเจ็บ ได้แอบลักลอบเข้าไปขุดบริเวณเชิงเขาเป็นอุโมงค์ และเป็นแนวนอนลึกมากกว่า 15 เมตร จากนั้นได้จุดคบเพลิงเพื่อให้เกิดแสงสว่าง จนเป็นเหตุให้ขาดอากาศหายใจ เนื่องจากการสะสมของแก๊สพิษ จนทำให้มีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว

ด้านนายวีระศักดิ์ วิจิตรแสงสี ผวจ.พิจิตร เปิดเผยว่า ได้รายงานให้ทางกระทรวงรับทราบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นแล้ว ซึ่งเรื่องนี้ทางจังหวัดกำลังหามาตรการในการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดเหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นอีก ซึ่งในเบื้องต้นทราบมาว่า มีผู้เสียชีวิตแล้ว 4 ราย บาดเจ็บ 2 ราย สาเหตุเนื่องจากผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตนั้นขาดอากาศหายใจ เพราะขุดลึกเข้าไปในอุโมงค์มากกว่า 15 เมตร หลังจากนี้ต้องหาวิธีการในการป้องไม่ให้ผู้ที่แอบลักลอบเข้ามาขุดทองที่เขาพนมพาแห่งนี้อีก นอกจากนี้ตนไม่ทราบว่ามีการปล่อยให้แอบลักลอบขุดได้อย่างไร ทำไมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจึงไม่ดูแล ต่อไปนี้หากยังมีประชาชนแอบลักลอบเข้าไปขุดหาแร่ทองคำ หน่วยงานนั้นจะต้องออกมารับผิดชอบถือว่าละเว้น

อย่างไรก็ตามเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทางจังหวัดได้สั่งการให้ทางเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ รวมทั้ง อส. ปิดทางเข้า-ออกบริเวณเขาพนมพา เพื่อป้องกันการแอบลักลอบเข้ามาขุดทองที่เขาพนมพาอีก โดยจะเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหามาตรการในการป้องกันอย่างเข้มงวดต่อไป

ที่มา>>>ข่าวสด

ไปรษณียบัตร “ในหลวงในพระบรมโกศ” ทรงเขียนถึงสมเด็จย่า “เล็กคิดถึงมาก..”

ขณะที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ทรงพระเยาว์ พระองค์ประทับที่ประเทศสวิสเซอร์แลนด์ ร่วมกับพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาอานันทมหิดล สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยานิวัฒนา พระมหากษัตริย์ทั้งสองพระองค์เคยทรงเขียนและส่งไปรษณียบัตรกลับมาทูลเกล้าฯ ถวายสมเด็จพระศรีสวรินทิราบรมราชเทวี พระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า พระอัยยิกาหรือสมเด็จย่าของทั้งสองพระองค์ ที่กรุงเทพcu0yzgzukaapbzbcu0yzgvuiaebaqacu0yzg_uiainlpkไปรษณียบัตรดังกล่าวเป็นสิ่งล้ำค่าที่หาดูได้ยาก สะท้อนความรักและความผูกพันระหว่างพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศและสมเด็จพระพันวัสสาอัยยิกาเจ้า แม้ในขณะที่ทรงพระเยาว์cu1fjelviaaegxacu1fjd_viaadvdqcu1fjebuiaadpv1

ที่มา>>>ข่าวสด

น่าอัศจรรย์ยิ่ง! คลิปแสงสีทองพาดผ่านพระบรมหาราชวังช่วงเคลื่อนพระบรมศพ

เป็นคลิปที่มียอดคนดูเกือบล้านวิวแล้ว สำหรับคลิปแสงสีทองที่พาดผ่านเหนือพระบรมมหาราชวัง โดยคุณ Be Strong เอาชนะความไม่ได้ดั่งใจ by Pat PJ  และ พัชณิกานต์ พัช  ได้โพสต์คลิปนี้ในเฟซบุ๊ค แล้วระบุว่า “ขณะที่รอส่งรถเคลื่อนย้ายพระบรมศพกลับ ก็บังเกิดมีแสงสีทองพาดผ่านจากพระบรมหาราชวังมาทางวัดพระแก้ว ในเวลา ๑๘.๐๙ น.พอดี ช่างเป็นที่น่าอัศจรรย์ยิ่งนัก”

ที่มา>>>ข่าวสด

บทพระราชนิพนธ์ประวัติศาสตร์ “พระบรมฯ” เขียนถึง “พระเทพฯ” น้องน้อยของพี่ชาย

วันที่ 15 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โลกโซเชียลแชร์บทพระราชนิพนธ์ของสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ที่ทรงเขียนถึง สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในโอกาสที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงมีพระชนมายุครบ 3 รอบ เมื่อวันที่ 2 เม.ย. 2534 โดยสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงระบุว่า ปีนี้ชาวไทยจัดงานฉลองที่สมเด็จพระเทพฯ ครบ 3 รอบ จึงทรงอยากทำอะไรเพื่อสมเด็จพระเทพฯ นับเป็นอีกหนึ่งบทพระราชนิพนธ์ทรงคุณค่าของชาวไทย
11213141

ภาพจากหนังสือ ปิยชาติสยามบรมราชกุมารี “ดาวประจำเมือง” และศูนย์สารสนเทศ สำนักราชเลขาธิการ

ที่มา>>>ข่าวสด

พสกนิกรทั่วสารทิศสักการะพระบรมศพแต่เช้ามืด บอก”ฉันรักพระเจ้าอยู่หัวมาก”

เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 15 ต.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศที่บริเวณหน้าพระบรมมหาราชวัง หลังขบวนรถเชิญพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร จากโรงพยาบาลศิริราชมายังพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ 14 ต.ค.s__8388640ตั้งแต่ช่วงเช้ามืดมีพสกนิกรจากทั่วสารทิศแต่งกายด้วยชุดสีดำไว้ทุกข์ทยอยหลั่งไหลมาเฝ้าถวายสักการะพระบรมศพอย่างต่อเนื่องจนเต็มบริเวณหน้าประตูวิเศษไชยศรี และมีประชาชนจำนวนมากที่เดินทางมาจากต่างจังหวัดปักหลักพักค้างคืนภายในท้องสนามหลวงเพื่ออยู่ร่วมพระราชพิธี หลังกรุงเทพมหานครอนุญาติให้ผู้มาร่วมงานสามารถนอนที่ท้องสนามหลวงได้s__8388641ขณะที่บริเวณกำแพงพระบรมมหาราชวัง มีประชาชนส่วนหนึ่งนั่งสวดมนต์ภาวนาพร้อมหันหน้าเข้าไปภายในพระราชวังที่มีการจัดพระราชพิธี บางส่วนก้มกราบด้วยความอาลัยน้ำตาอาบนองใบหน้า ขณะเดียวกันมีเจ้าหน้าที่ตำรวจขึ้นรถประชาสัมพันธ์ผ่านเครื่องขยายเสียงแจ้งให้ประชาชนที่มาร่วมงานทราบว่าวันนี้ยังไม่มีการเปิดให้ประชาชนเข้าสักการะพระบรมศพ และต้องรอประกาศจากสำนักพระราชวังต่อไป แต่ประชาชนก็ยังปักหลักนั่งอยู่ด้านนอกพระบรมมหาราชวังs__8388647ด้านบริเวณท้องสนามหลวงมูลนิธิปอเต็กตึ๊ง ตั้งโรงทานแจกจ่ายอาหารและน้ำ ให้กับผู้ที่มาร่วมงาน รวมถึงประชาชนจำนวนหนึ่งที่นำน้ำและอาหารมาแจกจ่ายให้กับประชาชนเพื่อเป็นพระกุศลให้กับพระองค์ท่าน

 นางมลิวัลย์ สมพร อายุ 58 ปี ชาวจ.นครราชสีมา กล่าวด้วยเสียงสะอื้นว่า หลังจากทราบว่าพระองค์ท่านสวรรคต ตนรู้สึกเสียใจมาก จึงเดินทางออกจากบ้านตั้งแต่ 16.00 น. โดยนั่งรถโดยสารมาถึงกทม.ในเวลา 01.00 น. วันที่ 14 ต.ค. และนั่งอยู่บริเวณสนามหลวงตลอดทั้งคืน กระทั่งช่วงเช้าได้ย้ายมานั่งหน้าพระบรมมหาราชวัง โดยตั้งใจว่าจะอยู่จนถึงการสวดพระอภิธรรมของวันนี้จบก็จะเดินทางกลับ

s__3801194“ฉันรักพระเจ้าอยู่หัวมาก เพราะพระองค์ทรงเป็นแบบอย่างของความพอเพียง และทรงงานหนักเพื่อให้พสกนิกรมีชีวิตที่ดี ก่อนหน้าที่ทราบว่าพระองค์ท่านมีพระอาการประชวร ฉันเคยมาถวายพระพรที่ร.พ.ศิริราชและที่ศาลาสหทัยสมาคม ขณะอยู่บ้านจะสวดมนต์ขอพรให้พระองค์หายจากพระอาการประชวรโดยเร็ว หลังจากนี้ฉันจะปฏิบัติตามคำสอนของพระองค์ตลอดไป” นางมลิวัลย์ กล่าวs__3801198นางสำรวย เติมสกุลไทย อายุ 62 ปี อดีตข้าราชการครู จากจ.สระบุรี กล่าว่า เดินทางมาจากจ.สระบุรี ตั้งแต่เมื่อวาน เวลา 14.00 น. เพื่อตั้งใจมาร่วมส่งเสด็จพระบรมศพ ที่โรงพยาบาลศิริราช แต่เนื่องจากมีประชาชนเป็นจำนวนมาก ทำให้ต้องเดินเท้ากลับมาที่หน้าพระบรมมหาราชวัง และปักหลักอยู่ที่นี่ตั้งแต่เย็นวานนี้ โดยอาศัยนอนที่บริเวณท้องสนามหลวง ร่วมกับประชาชนจำนวนมากที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด นั่งคุยกันทั้งคืนจนถึงเช้าก็ย้ายมาปักหลักที่หน้าพระบรมมหาราชวังs__8388639นางสำรวย กล่าวต่อว่า เสียใจและร้องไห้ออกมาเมื่อทราบข่าวว่าพระองค์ท่านสวรรคต ที่ผ่านมาตนเคยมาร่วมพิธพระศพของสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และสมเด็จพะพี่นางเธอกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เพราะรักและเคารพเชื้อพระวงค์ทุกท่าน ครั้งนี้ตั้งใจจะอยู่ฟังสวดพระอภิธรรมจบแล้ว จะเดินทางกลับสระบุรี แล้วจะกลับมาอีกครั้งเมื่อมีการเปิดให้ประชาชนได้เข้าสักการะพระบรมศพ ทั้งนี้ชีวิตตนไม่มีอะไรที่ต้องห่วงแล้ว ใจก็อยู่แต่ที่นี่อย่างเดียว และหลังจากนี้จะมาร่วมงานอย่างต่อเนื่องจนกว่าพระราชพิธีจะเสร็จสิ้น

“พระองค์ท่านสอนให้รู้จักประหยัดและพอเพียง คำสอนของท่านตนก็นำไปสอนลูกๆและลูกศิษย์ให้ปฎิบัติตามแนวทางของพระองค์ท่านอดีตข้าราชการครู จากจ.สระบุรี กล่าว

ที่มา>>>ข่าวสด